การดำน้ำสคูบาช่วยให้เราได้พัฒนาทักษะเฉพาะตัวที่สามารถพาเราไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่เราไม่เคยนึกฝันมาก่อน ซึ่งนั่นอาจหมายถึงถ้ำใต้น้ำ แนวปะการังที่ยังไม่มีใครเคยสำรวจ หรือแม้กระทั่งทวีปแอนตาร์กติกา อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งการดำน้ำสคูบาก็สามารถนำพาเราไปสู่เส้นทางอาชีพที่แตกต่างออกไปได้เช่นกัน ลองถามมืออาชีพของ PADI และนักดำน้ำเหล่านี้ดูได้ พวกเขาปล่อยใจให้ไหลไปตามน้ำ จนกระทั่งได้พบว่าตัวเองกำลังทำอาชีพที่แปลกประหลาดและไม่ธรรมดาที่สุดในโลก


1. นักดำน้ำ Search & Recovery Diver

นักดำน้ำ Search and Recovery Diver คือผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษในด้านเทคนิคการค้นหาใต้น้ำ เพื่อระบุตำแหน่งและกู้วัตถุที่สูญหายใต้ผิวน้ำกลับคืนมา นักดำน้ำเหล่านี้จะใช้รูปแบบการค้นหาและอุปกรณ์สำหรับยกที่หลากหลาย ทำให้พวกเขามีความพร้อมในการนำวัตถุต่าง ๆ ขึ้นมาจากส่วนลึกได้อย่างปลอดภัย นักดำน้ำบางคนทำสิ่งนี้เป็นงานอดิเรก เช่น การกู้เครื่องประดับหรือโทรศัพท์ที่ทำตกในพื้นที่เล่นกีฬาทางน้ำกลับคืนมา ในขณะที่บางคนทำอาชีพนี้เป็นนักดำน้ำ Search and Recovery Diver มืออาชีพ ซึ่งคอยกู้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนมา ตั้งแต่หลักฐานในคดีอาชญากรรมไปจนถึงร่างของผู้เสียชีวิต

ตำนานแห่งการค้นหาและกู้วัตถุที่หายใต้น้ำกลับคืนมา

ไมเคิล เกรย์ (Michael Gray) นักดำน้ำ Search and Recovery Diver เริ่มต้นเส้นทางการดำน้ำมานานกว่า 50 ปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เขาอายุได้ประมาณ 12 หรือ 13 ปี พออายุได้ 17 ปี ในระหว่างที่ทำงานร่วมกับทีมดำน้ำกู้ภัยของแผนกนายอำเภอในท้องถิ่น เขาได้กู้ร่างผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากในแม่น้ำที่กระแสน้ำไหลเชี่ยว หลังจากนั้นเขาก็ผันตัวมาเป็นนักดำน้ำ Commercial Diver ครูผู้สอน PADI Specialty Instructor, Master Scuba Diver Trainer/Instructor และ EFR Instructor นอกจากนี้ เกรย์ยังได้พัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางและหลักสูตรพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของ PADI เองอีกหลายหลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร Collapsed Structure Diver, Full Face Mask Diver, Swift Water Search & Recovery Diver และ Underwater Hunter & Collector

หลังจากรับราชการเป็นพลร่มกู้ภัยแห่งกองทัพอากาศสหรัฐฯ มายาวนานถึง 21 ปี เกรย์ได้ย้ายไปทำงานที่กระทรวงกลาโหม ซึ่งปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ควบคุมการดำน้ำประจำหน่วย ในเมืองฟอร์ตวอลตันบีช รัฐฟลอริดา โดยทำหน้าที่ดูแลงานด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของพวกเขา นั่นคือการค้นหาและกู้วัตถุที่หายใต้น้ำกลับคืนมาสำหรับสถาบันยุทธวิธีพิเศษ (Special Tactics Academy)

จากคำบอกเล่าของตำนานแห่งวงการดำน้ำผู้นี้ การดำน้ำที่สำคัญที่สุดที่เขาทำคือกิจกรรมการกู้ซากเครื่องบินตกกลับคืนมา เพราะมันช่วยปลดล็อกความโศกเศร้าและทำให้ครอบครัวของผู้สูญเสียได้พบกับความสงบทางใจ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำ Full Face Mask Diving ร่วมกับระบบสื่อสารใต้น้ำ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ในระหว่างปฏิบัติการค้นหาและกู้วัตถุที่หายใต้น้ำกลับคืนมา โดยนักเรียนของเขาจะต้องผ่านหลักสูตรการดำน้ำเพื่อการรบของกองทัพเรือหรือกองทัพอากาศสหรัฐฯ (หลักสูตร 6 สัปดาห์) และต้องได้รับการรับรองทั้งการดำน้ำด้วยระบบเปิดและระบบปิด (Open & Closed-circuit) มาก่อน เขาจึงจะทำการฝึกสอนให้ ตลอดเส้นทางอาชีพของเขา เกรย์ได้ออกใบประกาศนียบัตรรับรองให้นักดำน้ำ Search & Rescue Divers มากกว่า 1,500 คน และนักดำน้ำ Full Face Mask Divers กว่า 600 คน

เกรย์กล่าวว่า “ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมในการใช้ทักษะความสามารถที่มี คือการได้ฝึกฝนและเตรียมความพร้อมให้แก่นักดำน้ำรุ่นเยาว์เหล่านี้ และการได้มอบโอกาสที่หาได้ยากยิ่งจากที่อื่นนอกกองทัพ”

การฝึกฝนที่จำเป็น

การก้าวขึ้นมาเป็นนักดำน้ำ Search and Recovery Diver มืออาชีพที่คอยช่วยเหลือหน่วยบริการฉุกเฉินนั้น บุคคลผู้นั้นจะต้องผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง เช่น หลักสูตร PADI Search and Recovery Diver Specialty ซึ่งจะสอนเทคนิคที่แม่นยำในการใช้รูปแบบการค้นหาและอุปกรณ์สำหรับยกที่หลากหลาย หลังจากได้รับใบประกาศนียบัตรนี้แล้ว การฝึกฝนเพิ่มเติมและประสบการณ์ร่วมกับทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อที่จะสามารถสนับสนุนภารกิจค้นหาและกู้วัตถุที่หายใต้น้ำกลับคืนมาทางน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น การที่จะเข้ารับการฝึกอบรมกับเกรย์ได้นั้น จำเป็นต้องผ่านการฝึกดำน้ำทางทหารระดับสูงเพิ่มเติมอีกด้วย


2. เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดใต้น้ำ (Explosives Remover)

นับตั้งแต่ปี 2000 ที่มิเชล ควินท์ (Michel Quint) ได้รับการรับรองเป็นนักดำน้ำ PADI Open Water Diver เส้นทางอาชีพในวงการดำน้ำของเขาก็ “พุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดด” เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นครูผู้สอน PADI Open Water Scuba Instructor, Commercial Diver, Commercial Diver Supervisor และ PADI Course Director ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของโรงเรียนสอนดำน้ำ Discovery Divers Veenendaal ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และทำงานเป็นนักดำน้ำเก็บกู้วัตถุระเบิดอีกด้วย

ทักษะเฉพาะทางที่ช่วยในการทำงาน

“เป็นเพราะว่าผมเป็นทั้งนักดำน้ำ Commercial Diver ผู้ควบคุมดูแลการดำน้ำและผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (Senior UXO Expert) ผมจึงสามารถทำงานประเภทนี้ได้” ควินท์อธิบาย “ผมต้องปฏิบัติงานทั้งบนบกและใต้น้ำเพื่อตรวจจับ ค้นหาและระบุอัตลักษณ์ของวัตถุที่คาดว่าเป็น UXO (วัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด) ซึ่งหลงเหลือมาจากสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง”

ในระหว่างการดำน้ำ เขาจะใช้เครื่องตรวจจับโลหะใต้น้ำเพื่อค้นหาวัตถุที่เป็นโลหะ หากเขาพบวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (UXO) เขาจะทำการระบุประเภทของมัน และเคลื่อนย้ายมันขึ้นมาจากพื้นทะเลหากสามารถทำได้ แต่หากไม่สามารถทำได้เนื่องจากเงื่อนไขของชนิดชนวนระเบิด เขาจะปล่อยมันทิ้งไว้ตรงนั้นเพื่อให้ทีมนักดำน้ำทำลายล้างวัตถุระเบิด (Clearance divers) จากกองทัพเรือหรือเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยอื่นเข้ามาจัดการต่อ

ควินท์ปฏิบัติงานทั้งบริเวณใกล้ชายฝั่งและนอกชายฝั่งให้กับบริษัทเอกชนหลากหลายแห่งรวมถึงหน่วยงานรัฐบาลของเขาด้วย “ตลอดเส้นทางการทำงานของผม ผมได้เจอวัตถุระเบิด UXO ใต้น้ำที่สภาพดีและน่าทึ่งอยู่บ่อยครั้งเลย” เขากล่าว “มีทั้งระเบิดขนาด 500 ปอนด์ และ 250 ปอนด์อยู่สองสามลูก ซึ่งการได้พบเจอระเบิดพวกนั้นเป็นอะไรที่น่าประทับใจและน่าทึ่งมากจริง ๆ”

เส้นทางอาชีพทั่วไปในสายงานเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD)

ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำลายล้างวัตถุระเบิด (EOD) มักจะได้รับการฝึกอบรมร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหรือทีมปฏิบัติการพิเศษทางทหาร และปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานเหล่านี้ โดยทั่วไปแล้ว ใบประกาศนียบัตร PADI Advanced Open Water หรือ Rescue Diver จะเป็นพื้นฐานสำคัญ การฝึกอบรมสำหรับตำแหน่ง EOD ของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอาจต้องใช้หัวข้อที่สอนในหลักสูตรหลักสูตร PADI Search and Recovery Diver Specialty ซึ่งรวมถึงเทคนิคการค้นหาและกู้วัตถุที่หายใต้น้ำกลับคืนมา ตลอดจนการใช้ถุงสำหรับยก ส่วนทักษะที่เป็นประโยชน์อื่น ๆ ได้แก่ การจัดการที่เกิดเหตุอาชญากรรมใต้น้ำ การควบคุมหุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำ (ROV) และการใช้อุปกรณ์ทำลายวัตถุระเบิดใต้น้ำ (Underwater disrupters) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละเหล่าทัพ การฝึกฝนเพื่อก้าวสู่อาชีพ EOD ของกองทัพสหรัฐฯ อาจรวมถึงการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย การฝึกดำน้ำเฉพาะทางในด้านฟิสิกส์ของการดำน้ำ สรีรวิทยาและเวชศาสตร์การดำน้ำ รวมถึงการเรียนในโรงเรียน EOD ที่เน้นเรื่องการทำลายล้าง ระเบิด ขีปนาวุธ ทุ่นระเบิดบก วัตถุระเบิดแสวงเครื่อง (IED) และอื่น ๆ โดยมีการฝึกกระโดดร่มขั้นพื้นฐานและการฝึกอบรมทางเทคนิคเป็นทักษะเสริม


3. นักดำน้ำ Commercial Offshore Diver

จิมมี ฟาเบียน (Jimmy Fabian) ทำงานเป็นนักดำน้ำ Commercial Offshore Diver ฟรีแลนซ์ โดยเขาไดรับการรับรองและมีใบประกาศนียบัตรมากมาย ได้แก่ PADI Open Water Scuba Instructor, Air Diver (จำกัดความลึกสูงสุด 50 เมตร/164 ฟุต), Saturation Diver (ไม่จำกัดความลึก), Trainee Supervisor, Diver Medic Technician และ Assistant Life Support Technician โดยเขาทำหน้าที่ให้บริการงานใต้น้ำสำหรับแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงระบบท่อส่งใต้น้ำต่าง ๆ

“จงจำไว้เสมอว่า: ความปลอดภัยต้องมาก่อน” เขากล่าว “สิ่งนี้ไม่ได้ใช้ร่วมกับใบประกาศนียบัตรดำน้ำสคูบาเพื่อสันทนาการทั่วไปของคุณได้ เพราะมันจำเป็นต้องมีการฝึกฝนเฉพาะทาง”

ในการทำงานของเขา เขาต้องใช้อุปกรณ์จ่ายอากาศจากผิวน้ำและระบบสื่อสารสองทาง

การจะก้าวขึ้นมาเป็นนักดำน้ำ Commercial Diver มืออาชีพได้นั้น ผู้สมัครจะต้องผ่านเกณฑ์ข้อกำหนดด้านการดำน้ำ Commercial Diving ภายในระยะเวลาสองปีนับจากวันที่ได้รับการรับรอง สิ่งนี้ทำขึ้นเพื่อรับประกันว่าจะมีการรักษาและทบทวนทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานดำน้ำ Commercial Diving ได้อย่างปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ พวกเขาจะต้องได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองจากโรงเรียนสอนดำน้ำ Commercial Diving ที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะ ซึ่งสิ่งนี้จะแตกต่างจากการประกาศนียบัตรดำน้ำเพื่อสันทนาการของ PADI หรือสถาบันอื่น ๆ และจะครอบคลุมถึงคุณสมบัติเฉพาะทางที่จำเป็นต่อการทำงาน เช่น การเชื่อมโลหะใต้น้ำ การผูกรัดมัดตรึงวัตถุหนักและการบำรุงรักษาอุปกรณ์ โดยผู้สมัครจะต้องมีชั่วโมงการเรียนอย่างเป็นทางการที่บันทึกไว้อย่างน้อย 625 ชั่วโมง รวมถึงต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติงานอื่น ๆ อีกหลายประการ


4. เจ้าหน้าที่สนับสนุนระบบอวกาศ (Space Systems Support)

อเดล เอ็ม. ลูตา (Adele M. Luta) ใช้การฝึกฝนดำน้ำสคูบาของเธอในการช่วยสนับสนุนการสำรวจสภาวะแวดล้อมที่สุดขั้วในอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคืออวกาศอันไกลโพ้น! ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งผู้จัดการโครงการบูรณาการ xEVA (กิจกรรมนอกยานอวกาศเพื่อการสำรวจ) และผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจระบบมนุษย์ ของบริษัท Oceaneering International แผนกระบบอวกาศ

ดำน้ำทะลุ… อวกาศ?

ก่อนหน้านั้นเธอเคยทำงานเป็นครูฝึกนักบินอวกาศและเจ้าหน้าที่ควบคุมการบินมาก่อน “พวกเราต้องดำน้ำสคูบาในห้องปฏิบัติการ Neutral Buoyancy Laboratory (NBL)” เธอย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาในฐานะครูฝึกนักบินอวกาศ “สิ่งนี้ครอบคลุมทั้งการวางแผนเดินอวกาศ (Spacewalk) การให้คำแนะนำและประเมินผล หรือการปฏิบัติงานตลอดกระบวนการพัฒนาขั้นตอนการเดินอวกาศผ่านชุดอวกาศสำหรับฝึกซ้อม”

เธอย้อนนึกถึงตอนที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจการบินจำลองสภาวะไร้น้ำหนักเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเธอต้องทำหน้าที่คอยช่วยเหลือลูกเรือที่สวมชุดอวกาศพร้อมกับอุปกรณ์เดินอวกาศ “มันน่าสนใจมากที่ได้เปรียบเทียบสภาวะไร้น้ำหนักกับการลอยตัวเป็นกลางในน้ำ” ลูตากล่าว “มีสิ่งแปลกใหม่ที่คล้ายกันอยู่หลายอย่าง เช่น การเรียนรู้ที่จะควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม คุณจะเปลี่ยนท่าทางในอากาศได้เร็วกว่าในน้ำ ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลดี เพราะในอากาศไม่มีกระแสน้ำให้ต้องคอยต้านทาน ดังนั้นแต่ละแบบจึงมีความท้าทายในตัวเองที่แตกต่างกันออกไป”

ลูตาซึ่งเริ่มดำน้ำมาตั้งแต่ปี 2002 ยกความดีความชอบให้แก่งานอดิเรกในตอนนั้น (การดำน้ำ) ว่ามีส่วนช่วยให้เธอเข้าใจและเข้าถึงกิจกรรมนอกยานอวกาศ (การเดินอวกาศ) ได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยให้เธอมีคุณสมบัติครบถ้วนในการผ่านเกณฑ์เพื่อเข้าสัมผัสประสบการณ์การฝึกในชุดอวกาศของ NASA รุ่นปัจจุบันอีกด้วย

วิธีการก้าวขึ้นมาเป็นนักดำน้ำสนับสนุนของ NASA

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย! นักบินอวกาศฝึกหัดในสระน้ำห้องปฏิบัติการ NBL จะมีนักดำน้ำประจำตัวคอยดูแลถึง 4 คนด้วยกัน ได้แก่ นักดำน้ำสำหรับดูแลความปลอดภัย 2 คน นักดำน้ำทำหน้าที่ควบคุมกล้องเพื่อถ่ายทอดสดการฝึก 1 คน และนักดำน้ำที่คอยส่งอุปกรณ์ช่างให้แก่นักบินอวกาศตามความต้องการอีก 1 คน โดยเหล่านักดำน้ำสนับสนุนของ NBL นี้เป็นผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาในระดับสูงและทำงานภายใต้สัญญาจ้างผ่านบริษัทวิศวกรรมระดับสากล พวกเขาต้องแสดงให้เห็นถึงทักษะการลอยตัวและการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) ได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังต้องสามารถซ่อมแซมและประกอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


5. ช่างภาพภาพยนตร์ใต้น้ำ (Underwater Cinematographer)

จัสติน ลัทสกี (Justin Lutsky) ได้รับใบประกาศนียบัตรดำน้ำมาตั้งแต่ปี 2015 ปัจจุบันเขาเป็นทั้งครูผู้สอน Open Water Scuba Instructor, Public Safety Diver, Tech 45, Cave Diver และ Mermaid Instructor ซึ่งเขาได้นำการฝึกฝนเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ในรูปแบบเฉพาะตัวที่หลากหลาย

นักดำน้ำ Public Safety Diver

ในฐานะอดีตอาสาสมัครนักดำน้ำเพื่อดูแลความปลอดภัยของทีมดำน้ำประจำแผนกนายอำเภอไรเวอร์ไซด์เคาน์ตี้ (Riverside County Sheriff’s Department) เขาได้มุ่งเน้นไปที่งานด้านการค้นหาและกู้วัตถุที่หายใต้น้ำกลับคืนมา ซึ่งรวมถึงการค้นหาพยานหลักฐาน การกู้ร่างผู้เสียชีวิต การกู้ซากยานพาหนะและภารกิจกู้เรืออับปาง “การดำน้ำ Public Safety Diving ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน” ลัทสกีกล่าว “สภาพแวดล้อมใต้น้ำที่พวกเราต้องลงไปดำน้ำมักจะแย่มากจริง ๆ แต่งานประเภทนี้ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง การฝึกฝนเป็นนักดำน้ำ Public Safety Diver จะสอนให้คุณรู้จักการทำงานเป็นทีม และทำให้คุณได้เผชิญกับสถานการณ์แปลกใหม่ทุกรูปแบบใต้ท้องทะเล ซึ่งช่วยพัฒนาให้คุณกลายเป็นนักดำน้ำที่ดีขึ้นมากในภาพรวม” ยิ่งไปกว่านั้น การได้ใช้ทักษะความสามารถที่มี “เพื่อรับใช้และทำประโยชน์ให้แก่สังคมในวงกว้าง” ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทายและกดดัน ก็ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจและมีความมั่นใจในทักษะการดำน้ำของตัวเองมากยิ่งขึ้น

นักดำน้ำเพื่อความปลอดภัยสาธารณะในชุดป้องกันสีแดงกำลังหย่อนตัวลงไปในคลองเพื่อปฏิบัติภารกิจกู้รถยนต์
นักดำน้ำ Public Safety Diver กำลังลงไปในคลองเพื่อปฏิบัติภารกิจกู้ซากยานพาหนะ / ภาพโดย จัสติน ลัทสกี (Justin Lutsky)

หลักสูตร PADI Rescue Diver เป็นหลักสูตรพื้นฐานที่จำเป็นต้องเรียนมาก่อนหลักสูตร Public Safety Diver โดยหลักสูตรนี้จะเตรียมความพร้อมให้คุณเพื่อเข้าร่วมทีมดำน้ำ Public Safety Diving คุณจะได้เรียนรู้สัญญาณการกระตุกเชือก (Rope-pull signals) การค้นหาแบบอาร์กหรือแบบพัด (Arc searches) การใช้เครื่องมือตัดและการฝึกฝนทักษะการช่วยเหลือตัวเอง นอกจากนี้ สถานการณ์จำลองที่สมจริงจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความรู้ของคุณให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น

ช่างภาพภาพยนตร์ใต้น้ำ (Underwater Cinematographer)

ปัจจุบันลัทสกีไม่ได้ทำงานเป็นอาสาสมัครให้กับแผนกนายอำเภอแล้ว แต่เขาได้นำประสบการณ์การดำน้ำลึกระดับมืออาชีพมาผสมผสานเข้ากับความสามารถในด้านการผลิตภาพยนตร์และการถ่ายภาพใต้น้ำ “สำหรับผม มันคือการผสมผสานที่ลงตัวที่สุดระหว่างความท้าทายทางเทคนิคและการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์” เขากล่าว ในขั้นตอนการผลิตภาพยนตร์ เขาทำหน้าที่ในหลายบทบาท ตั้งแต่ช่างกล้องใต้น้ำ ช่างภาพ นักสร้างฉาก ไปจนถึงนักดำน้ำเพื่อดูแลความปลอดภัย ผลงานของเขามักจะเน้นไปที่ภาพพอร์ตเทรตแนวตื่นเต้นดราม่าของเหล่านายแบบนางแบบ รวมถึงสิ่งมีชีวิตในตำนานที่เคลื่อนไหวล่องลอยแบบไร้น้ำหนักอยู่ใต้ท้องทะเล

“การทำงานในสายการผลิตภาพยนตร์ใต้น้ำถือเป็นหนึ่งในวิธีที่คาดเดาได้ยากและน่าตื่นเต้นเร้าใจที่สุดในการพิสูจน์ทักษะการดำน้ำของผมเลยก็ว่าได้” เขาอธิบายว่า “ทักษะการดำน้ำสคูบาจะต้องกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปเองตามธรรมชาติ เมื่อคุณต้องทำงานในกองถ่ายหรือการถ่ายภาพใต้น้ำ… เพราะส่วนใหญ่แล้วคุณจำเป็นต้องทุ่มเทสมาธิไปกับภารกิจด้านความคิดสร้างสรรค์หรือการบริหารจัดการหน้างานอื่น ๆ อีกมากมาย”

หลักสูตร PADI Underwater Videographer Specialty สามารถมอบทักษะพื้นฐานเพื่อช่วยปูทางให้คุณเริ่มต้นอาชีพช่างภาพภาพยนตร์ใต้น้ำได้ และการมีทักษะการลอยตัวที่ดี รวมถึงทักษะการดำน้ำ Technical อื่น ๆ ก็ช่วยได้มากเช่นกัน ดังที่ลัทสกีได้กล่าวไว้ เพื่อที่คุณจะได้สามารถมุ่งความสนใจไปที่การแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่


6. นักดำน้ำกู้และทำลายทุ่นระเบิด (Mine Clearance Diver)

“ผมใช้เวลา 12 ปีในกองทัพเรือสหราชอาณาจักร (Royal Navy) โดยทำหน้าที่เป็นทหารพรานนาวิกโยธิน (Royal Marine Commando) เป็นเวลา 4 ปี และเป็นนักดำน้ำกู้และทำลายทุ่นระเบิดของกองทัพเรืออีก 8 ปี หลักสูตรทั้งสองนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในบรรดาหลักสูตรฝึกทหารขั้นพื้นฐานที่โหดและยากที่สุดในโลก” แดเนียล แมคคอล (Daniel McColl) กล่าว โดยปัจจุบันชายวัย 35 ปีผู้นี้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าของและผู้อำนวยการบริษัท DiveUk ltd.

การดำน้ำครั้งแรกในชีวิตของแมคคอล เกิดขึ้นในวันแรกของการเข้าทำงานในฐานะนักดำน้ำกู้และทำลายทุ่นระเบิด โดยเหล่านักดำน้ำกู้และทำลายทุ่นระเบิดของกองทัพเรือสหราชอาณาจักรมีหน้าที่ในการระบุอัตลักษณ์ของทุ่นระเบิด รวมถึงวัตถุระเบิดอื่น ๆ และทำการทำลายพวกมันทิ้ง แมคคอลเคยปฏิบัติงานร่วมกับและร่วมฝึกอบรมให้แก่เหล่านักดำน้ำหน่วยรบพิเศษของสหราชอาณาจักร (UK Special Forces Divers) อีกด้วย ปัจจุบันเขาเป็นครูผู้สอน PADI MSDT และมีศูนย์ดำน้ำเป็นของตัวเองในเมืองฟัลมัธ มณฑลคอร์นวอลล์ เขามีประสบการณ์ทั้งในการดำน้ำสันทนาการ การดำน้ำ Military Diving และการดำน้ำ Commercial Diving รวมทั้งมีความเชี่ยวชาญในอุปกรณ์ดำน้ำระบบเปิด ระบบปิดและระบบจ่ายอากาศจากผิวน้ำ

ผมชอบที่จะนำประสบการณ์ทางทหารของตัวเองมาใช้ในการช่วยฝึกฝนและสร้างนักดำน้ำสันทนาการที่ดีที่ได้รับการรับรองจาก PADI” เขากล่าวเสริม

ปัจจุบันเขากำลังออกแบบหลักสูตรเปิดประสบการณ์นักดำน้ำ Military Diver แบบสองวัน และหวังว่าวันหนึ่งจะได้ก้าวขึ้นมาเป็น PADI Course Director

คุณสมบัติทางวิชาชีพ

นักดำน้ำกู้และทำลายทุ่นระเบิดจำเป็นต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่หน่วย EOD ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาสามารถควบคุมสติและรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ภายใต้สถานการณ์ที่กดดันและเป็นอันตราย นอกจากนี้ สำหรับกองทัพเรืออังกฤษ พวกเขายังต้องเข้ารับการฝึกฝนการใช้เครื่องมือไฮดรอลิก รวมถึงหลักวิศวกรรมใต้น้ำขั้นพื้นฐานเพื่อรับมือกับสถานการณ์รูปแบบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้


7. ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำทางทหาร

“พื้นที่ความเชี่ยวชาญของผมคือการค้นหาใต้น้ำ โดยหลัก ๆ จะใช้วิธีค้นหารูปวงกลม รวมถึงการตรวจจับโลหะใต้น้ำ การขุดค้นใต้น้ำ การผูกรัดมัดตรึงและการใช้ถุงสำหรับยก โดยส่วนใหญ่จะปฏิบัติงานในสภาพน้ำเย็นและ/หรือทัศนวิสัยต่ำ” วิกเตอร์ ยวน (Victor Yuen) กล่าว

เขาได้รับการรับรองในปี 2010 ระหว่างประจำการในกองทัพ และปัจจุบันเป็นครูผู้สอน PADI Open Water Scuba Instructor

นักดำน้ำทหารเตรียมพร้อมที่จะกระโดดลงน้ำ
วิกเตอร์ ยวน (Victor Yuen) ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำทางทหารของสหรัฐฯ รักในอาชีพของเขามาก

ในฐานะนักดำน้ำสนับสนุนทางทหาร (Military Support Diver) เขาได้เรียนรู้ว่า “มือคือดวงตาของเขา” เพราะพวกเขาต้องปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่มีทัศนวิสัยต่ำไปจนถึงมองไม่เห็นเลย เมื่อถูกถามว่าการฝึกฝนแบบใดที่ช่วยเขาได้มากที่สุด เขาตอบว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของกรอบความคิดและการวางแผน การปฏิบัติการบางอย่างของเราอาจมีความซับซ้อน ดังนั้นการวางแผนทุกอย่างให้ทะลุปรุโปร่งจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความสับสนเมื่ออยู่ใต้น้ำ” เขายกความดีความชอบให้กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบเรียลไทม์ โดยไม่ใช่การทำงานหลายอย่างพร้อมกัน แต่เป็นการมุ่งแก้ไขปัญหาตรงหน้าทันทีที่มันเกิดขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ “ช่วยให้เขารอดพ้นจากสถานการณ์ที่น่าหวาดเสียวต่าง ๆ มาได้มากมายในขณะอยู่ที่พื้นใต้น้ำ”

ยวนกล่าวเสริมว่า “ผมรักงานของผมมาก นี่เป็นสิ่งที่เจ๋งที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมาเลย และมันสนุกมากด้วย ระหว่างงานนี้กับการเป็นครูผู้สอนของ PADI งานทั้งหมดของผมอยู่ใต้น้ำ และผมไม่เคยเบื่อมันเลย”

ข้อกำหนดทางทหารแตกต่างกันไปตามแต่ละเหล่าทัพ

ข้อกำหนดของแต่ละเหล่าทัพมีความแตกต่างกัน การจะเป็นนักดำน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ (U.S. Navy Diver) คุณจะต้องผ่านค่ายฝึกทหารใหม่ (Boot Camp) และหลักสูตรเตรียมความพร้อมสำหรับนักดำน้ำเฉพาะทาง ซึ่งรวมถึงหลักสูตรพื้นฐานด้านไฟฟ้าและวิศวกรรม รวมถึงการปรับตัวในน้ำ โรงเรียนนักดำน้ำชั้นสอง (Second Class Dive School) ณ ศูนย์ฝึกอบรมการดำน้ำและการกู้ภัยทางเรือ ประกอบด้วยการฝึกอบรมเกี่ยวกับการดำน้ำด้วยแก๊สผสม (Mixed Gas) การตัดและเชื่อมวัตถุใต้น้ำ การทำลายวัตถุระเบิด การควบคุมห้องปรับความดันบรรยากาศ (Recompression Chamber) การบำรุงรักษาเรือและอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ การฝึกฝนในระดับที่สูงขึ้นจะช่วยให้คุณมีคุณสมบัติเป็นนักดำน้ำชั้นหนึ่ง (First Class Diver) หรือนักดำน้ำ Master Diver


วิธีคว้างานสุดแปลกในแบบของคุณผ่านการดำน้ำสคูบา

อาชีพนักดำน้ำเหล่านี้ไม่ใช่รูปแบบงานทั่วไปของได๊พ์มาสเตอร์หรือครูสอนดำน้ำทั่วไป มืออาชีพของ PADI เหล่านี้ได้พัฒนาการฝึกฝนของตนเองไปอีกขั้น พร้อมทั้งนำทักษะและความมั่นใจมาประยุกต์ใช้ในแนวทางที่ช่วยให้พวกเขาโดดเด่นในสายงานที่ไม่เหมือนใคร พวกเขาทุกคนต่างเน้นย้ำว่าการก้าวขึ้นมาเป็นมืออาชีพของ PADI นั้นช่วยเปิดประตูสู่ความฝันที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จที่มากขึ้น ทักษะและพื้นฐานการดำน้ำที่แน่นปึกราวกับหินผา ช่วยให้ชายและหญิงกลุ่มนี้สามารถนำสิ่งที่พวกเขารู้ไปปรับใช้ในสถานการณ์ที่มีความท้าทายสูง และพร้อมที่จะเปิดรับตำแหน่งงานที่แปลกใหม่หรือไม่ซ้ำใครได้

แล้วคุณยังรออะไรอยู่ล่ะ พร้อมที่จะดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลและก้าวขึ้นมาเป็นมืออาชีพของ PADI แล้วหรือยัง


อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานดำน้ำที่น่าสนใจ

Share This

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง