ช่วงนี้ฉันเริ่มกลับมาคิดทบทวนว่าการตระหนักรู้นั้นหมายถึงอะไรกันแน่
สำหรับฉันแล้ว มันเริ่มต้นจากการใส่ใจ ในฐานะนักดำน้ำ พวกเราได้สัมผัสและมีประสบการณ์กับมหาสมุทรในแบบที่น้อยคนนักจะทำได้ พวกเรากลับไปยังแนวปะการัง ชายฝั่ง และจุดดำน้ำเดิม ๆ แล้วเราก็เริ่มสังเกตเห็นสิ่งต่าง ๆ เราสังเกตเห็นฉลามตัวที่เราไม่เคยเห็นในการดำน้ำได๊พ์ก่อน เห็นปะการังที่เริ่มฟื้นตัว เห็นเอ็นตกปลาที่พันอยู่ตามแนวปะการังหรือเห็นขยะพลาสติกที่ตกอยู่บนพื้นทะเล ซึ่งเป็นจุดที่มีน้อยคนนักในโลกนี้จะได้มีโอกาสมาเห็นมัน

เมื่อเราเริ่มใส่ใจ เราจะไม่เพียงแค่เข้าใจในความงดงามของมหาสมุทรเท่านั้น แต่เราจะเริ่มมองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น รวมถึงจุดที่เราอาจจะสามารถยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือได้ และในที่สุด ความตระหนักรู้นี้จะนำเราไปสู่ทางเลือก: ว่าเราจะเลือกเป็นเพียงแค่ผู้เฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้น หรือเราจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทางออกในการแก้ไขปัญหา
แนวคิดนี้คือหัวใจสำคัญของ PADI AWARE® มาตั้งแต่เริ่มต้น

เมื่อกว่าสามทศวรรษก่อน นักดำน้ำได้เริ่มพบเห็นปัญหาขยะทะเลที่ทวีความรุนแรงขึ้นใต้ผิวน้ำ พวกเขาสามารถมองเห็นในสิ่งที่คนส่วนใหญ่บนโลกไม่เห็น ดังนั้นเราจึงเริ่มตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า จะเป็นอย่างไรหากนักดำน้ำสามารถทำได้มากกว่าแค่การเก็บขยะที่พวกเขาพบ และจะเป็นอย่างไรหากสิ่งต่าง ๆ ที่พวกเขาได้เห็นใต้น้ำ สามารถช่วยให้เราเข้าใจตัวปัญหาได้ดียิ่งขึ้น
แนวคิดนั้นได้ช่วยสร้างโครงการ Dive Against Debris® ซึ่งเป็นโครงการวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองที่เป็นเสาหลักของเราในที่สุด นักดำน้ำไม่ได้เพียงแค่เก็บขยะออกจากมหาสมุทรเท่านั้น แต่พวกเขาจะระบุประเภท บันทึกข้อมูลและรายงานสิ่งที่เราค้นพบ การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมโดยบุคคลเพียงคนเดียวจะกลายมาเป็นฐานข้อมูล และเมื่อการสังเกตการณ์เหล่านี้ถูกทำซ้ำโดยนักดำน้ำทั่วโลก สิ่งนี้จะช่วยเปิดเผยสิ่งที่เกิดขึ้นในสถานที่ที่ยากจะเฝ้าติดตามด้วยวิธีอื่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ในปัจจุบัน แนวคิดนั้นพัฒนาขึ้นอีกครั้ง PADI AWARE กำลังทำงานเพื่อสร้างความมั่นใจว่าวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองใต้น้ำในแบบที่นักดำน้ำได้บุกเบิกไว้นั้นจะสามารถมีส่วนร่วมในแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ใหญ่ขึ้นได้ ซึ่งรวมถึงความพยายามระดับโลกในการจัดการกับมลพิษจากพลาสติก ในขณะที่รัฐบาลต่าง ๆ ยังคงดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่สนธิสัญญาพลาสติกโลก พวกเรากำลังรณรงค์เพื่อให้ระเบียบวิธีวิจัยอย่าง Dive Against Debris ได้รับการยอมรับว่าเป็นแนวทางที่มีความหมายในการเฝ้าระวังและติดตามสิ่งที่กำลังไหลลงสู่และสะสมอยู่ในมหาสมุทรจริง ๆ
ลองคิดตามสักนิด การที่นักดำน้ำใช้เวลาช่วงเช้าส่วนหนึ่งไปกับการเก็บและบันทึกข้อมูลขยะจากแนวปะการังในท้องถิ่น สามารถสร้างประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่การทำความสะอาดทั่วไปได้

นักดำน้ำสามารถเป็นส่วนหนึ่งของทางออกหรือการแก้ปัญหาได้
และฉันเชื่อว่าพวกเราเพิ่งจะเริ่มเข้าใจว่ามีสิ่งใดบ้างที่เป็นไปได้เมื่อเราเริ่มคิดถึงชุมชนนักดำน้ำทั่วโลกในมุมมองนี้
ลองจินตนาการดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากนักดำน้ำทุกคนสละเวลาเพียงแค่ 1 วัน จากทริปวันหยุดดำน้ำที่ยาวนานหนึ่งสัปดาห์ เพื่อตอบแทนให้กับสถานที่ที่พวกเขาตั้งใจเดินทางมาสำรวจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาหนึ่งวันนั้นในการฟื้นฟูแนวปะการัง การสำรวจประชากรฉลามและกระเบน การเก็บขยะทะเลพร้อมทั้งรายงานข้อมูล การสนับสนุนองค์กรอนุรักษ์ในท้องถิ่นหรือการช่วยปกป้องแนวชายฝั่งที่ทำให้จุดหมายปลายทางแห่งนั้นมีความพิเศษมาตั้งแต่แรกเริ่ม
หรือ ลองจินตนาการถึงการสละเวลาสักหนึ่งวันในพื้นที่ใกล้บ้านคุณ ด้วยการช่วยกันทำความสะอาดแม่น้ำ ทะเลสาบหรือพื้นที่ลุ่มน้ำ การช่วยฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต การเข้าร่วมโครงการอนุรักษ์ของชุมชนหรือการเป็นกระบอกเสียงให้กับสถานที่หรือสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ การดูแลปกป้องธรรมชาติไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นตอนที่เราสวมหน้ากากดำน้ำและตีนกบเท่านั้น เพราะท้ายที่สุดแล้วทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงไปถึงมหาสมุทร และไม่ว่าเราจะอาศัยอยู่ที่ไหนก็มีโอกาสที่จะช่วยปกป้องมันได้เสมอ
ลองจินตนาการดูว่าตัวเลือกเหล่านั้นจะเพิ่มพูนขึ้นมหาศาลเพียงใด เมื่อมันเกิดขึ้นทั่วทั้งชุมชนนักดำน้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
การร่วมใจกันดูแลปกป้องสิ่งแวดล้อมจากคนนับล้านในแต่ละพื้นที่ทั่วโลก

สำหรับฉันแล้ว นั่นคือความหมายที่แท้จริงของสัปดาห์ AWARE Week
มันไม่ใช่แค่สัปดาห์ที่มีไว้สำหรับทำกิจกรรมอนุรักษ์เท่านั้น แต่เป็นคำเชิญชวนให้พวกเราทุกคนหันมาตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตัวเองในการปกป้องสถานที่ที่เราปรารถนาและรัก และให้เราหันมาใส่ใจกับสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัว ตลอดจนยอมรับว่าทุกการกระทำของเราล้วนมีความหมายและตัดสินใจที่จะก้าวเข้ามามีส่วนร่วม
การอนุรักษ์ไม่ใช่เรื่องที่จะทำเสร็จได้ภายในสัปดาห์เดียว ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เราเผชิญอยู่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนและก็จะไม่สามารถแก้ไขได้สำเร็จเพียงชั่วข้ามคืนเช่นกัน การปกป้องมหาสมุทรต้องการผู้คนที่พร้อมจะก้าวออกมาและลงมือทำอย่างต่อเนื่อง — ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงที่มีความคืบหน้าหรือต้องเผชิญกับอุปสรรค ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนชุดหรือลำดับความสำคัญจะเปลี่ยนไป และไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาที่ขนาดของปัญหาจะดูใหญ่โตจนน่าหวั่นใจก็ตาม
PADI AWARE ทำเช่นนั้นมาเกือบ 35 ปีแล้ว และเรากำลังสร้างองค์กรที่มีความสามารถในการดำเนินงานนี้ต่อไปอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

งานของเรากำลังพัฒนาไปข้างหน้า เพราะความท้าทายต่าง ๆ ที่มหาสมุทรต้องเผชิญนั้นกำลังเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน เรากำลังค้นหาวิธีใหม่ ๆ ให้กับนักดำน้ำในการช่วยส่งต่อข้อมูลจากการสังเกตการณ์ ซึ่งสามารถช่วยให้นักวิทยาศาสตร์และรัฐบาลเข้าใจมหาสมุทรของเราได้ดียิ่งขึ้น เรากำลังขยายโอกาสในการปกป้องฉลามและกระเบน เสริมความแข็งแกร่งให้กับงานด้านขยะทะเลและสร้างแนวทางใหม่ ๆ ในการอนุรักษ์แนวปะการัง แต่แนวคิดเบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ยังคงเรียบง่ายอย่างน่าอัศจรรย์ นั่นคือมนุษย์ย่อมปกป้องสิ่งที่ตนรักและนักดำน้ำก็มีโอกาสอันวิเศษสุดที่จะเปลี่ยนความรักนั้นให้กลายเป็นการลงมือทำ
นั่นคือเหตุผลที่ฉันเชื่อมั่นในการลงมือทำที่ขับเคลื่อนด้วยความหวังอย่างลึกซึ้ง เพราะความหวังไม่ใช่การแสร้งทำเป็นว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี แต่เป็นการตัดสินใจว่าอนาคตยังคงเป็นสิ่งที่มีค่าพอให้เราพยายามสู้เพื่อมัน
บางครั้งงานนั้นก็เปลี่ยนนโยบายระดับสากล บางครั้งมันก็ช่วยปกป้องแนวปะการัง และบางครั้งมันก็เป็นเพียงแค่คนคนหนึ่งที่ตัดสินใจใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงในการดูแลรักษาสถานที่ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา
ทุก ๆ ทางเลือกเหล่านั้นล้วนมีความสำคัญ และเมื่อพวกเราจำนวนมากพอเลือกที่จะทำสิ่งเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งเหล่านั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการกระทำเพียงครั้งเดียว
สิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นชุมชนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน

ดังนั้น ในช่วงสัปดาห์ AWARE Week นี้ ฉันหวังว่าคุณจะเริ่มต้นด้วยการให้ความใส่ใจ ลองมองดูสถานที่ที่คุณรักอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นแนวปะการังที่อยู่ห่างออกไปครึ่งค่อนโลก จุดดำน้ำแถวบ้าน แม่น้ำที่ไหลผ่านชุมชนของคุณ หรือแนวชายฝั่งที่คุณไปใช้เวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แล้วลองถามคำถามหนึ่งข้อกับตัวเองว่า:
ฉันจะทำอย่างไรให้สถานที่แห่งนี้ดีขึ้นกว่าตอนที่ฉันมาถึง
จากนั้นก็ลงมือทำมันซ่ะ
และลงมือทำจริง และที่สำคัญคือต้องทำอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับฉัน นั่นคือความหมายของการตระหนักรู้
เคที ทอมป์สัน (Katie Thompson)
ผู้อำนวยการบริหาร
มูลนิธิ PADI AWARE Foundation