ยังคงพกบัตรรับรอง PADI ใบเก่าอยู่หรือเปล่า หรือหาบัตรไม่เจอเลยใช่ไหม ไม่ว่าคุณจะต้องการบัตรทดแทนใบใหม่ หรือแค่ต้องการดีไซน์ที่ดูสดใหม่ มาร่วมสร้างความตื่นตาตื่นใจในปี 2026 ด้วยบัตรรับรองดีไซน์ใหม่รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันกันเถอะ

นี่คือบัตรรับรอง PADI ดีไซน์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันประจำปี 2026 และเรื่องราวเบื้องหลังของบัตรแต่ละใบ


บัตรฉลองครบรอบ 60 ปี PADI

ปี 2026 นี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ในการครบรอบ 60 ปีแห่งการออกตามหาการผจญภัยและร่วมปกป้องมหาสมุทรไปกับ PADI เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญในครั้งนี้ PADI จึงได้เปิดตัวบัตรรับรองรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน โดยบัตรแต่ละใบจะโดดเด่นด้วยโลโก้ฉลองครบรอบ 60 ปี ซึ่งจัดวางอยู่บนพื้นหลังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดีไซน์ของบัตรรับรอง PADI ในยุคต่าง ๆ ที่ผ่านมา

บัตรรับรอง PADI รุ่นที่ 60 ในทราย

บัตรรับรองการดำน้ำที่ออกโดยศูนย์ดำน้ำและรีสอร์ท PADI Five Star จะมีความพิเศษตรงที่ใช้พื้นหลังสีทอง ส่วนบัตรที่ออกโดยศูนย์ดำน้ำอื่น ๆ ทั้งหมดจะใช้พื้นหลังสีน้ำเงิน

บัตรนี้มีให้เป็นเจ้าของเฉพาะในปี 2026 เท่านั้น นี่จึงเป็นโอกาสที่คุณจะได้ครอบครองชิ้นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ PADI


ภาพ Flippin’ Between Two Worlds โดยเคลลอน สเปนเซอร์ (eCard เท่านั้น)

การได้เผชิญหน้าแบบตาต่อตากับโลมาป่าไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ทุกวัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ช่วงเวลาแห่งความอยากรู้อยากเห็นซึ่งกันและกัน ที่ถูกบันทึกไว้บนบัตรรับรองใบนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง

ร่วมเป็นหนึ่งในนักดำน้ำ PADI เพียงไม่กี่คนที่จะได้แสดงสถานะนักดำน้ำของคุณด้วยบัตรรับรองรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันใบนี้ โดยบัตรแบบแข็ง (Physical Card) มีจำหน่ายเพียง 1,000 ใบเท่านั้น และดีไซน์นี้ยังมีให้บริการในรูปแบบ eCard อีกด้วย

สลับไปมาระหว่างบัตรรับรองสองโลก

ทำความรู้จักกับช่างภาพ – เคลลอน สเปนเซอร์ (Kellon Spencer)

เคลลอน สเปนเซอร์ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์และช่างภาพสายอนุรักษ์และธรรมชาติวิทยา โดยเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสร้างสรรค์เรื่องราวให้กับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGOs) และอุตสาหกรรมที่เน้นเรื่องธรรมชาติ และเมื่อเขาไม่ได้อยู่หลังกล้อง คุณก็จะได้พบเขาทำหน้าที่เป็นไกด์นำทางผู้คนไปสัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดกับสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ในมหาสมุทร

เคลลอนได้รับแรงบันดาลใจจากความหลงใหลในวัยเด็กที่มีต่อบุคคลต่าง ๆ เช่น สตีฟ เออร์วิน (Steve Irwin), เดวิด แอทเทนโบโรห์ (David Attenborough) และมาร์ค เดอกรูย (David Attenborough) หลังจากลองทำงานด้านการถ่ายภาพและการสร้างภาพยนตร์หลายรูปแบบแล้ว การได้รับใบรับรองการดำน้ำนี่เองที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่แท้จริง สเปนเซอร์อธิบายว่า “หลังจากที่ผมได้รับใบรับรองการดำน้ำแล้ว แนวคิดที่จะประกอบอาชีพถ่ายภาพใต้น้ำก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น และผมก็เริ่มไล่ตามความฝันนั้นอย่างจริงจัง ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย ผมทำงานเป็นไกด์ดำน้ำและครูผู้สอน Freediving Instructor

หลังจากตัดสินใจก้าวเข้าสู่อาชีพฟรีแลนซ์แบบเต็มตัว สเปนเซอร์ก็ไม่เคยหันหลังกลับมานึกเสียใจอีกเลย “เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมได้ออกไปทำงานในพื้นที่จริง ผมรู้สึกถึงความอิ่มเอมใจอย่างแท้จริง มันทำให้ผมหวนนึกถึงตอนที่ตัวเองเป็นเด็กอายุ 15 ปี ที่เคยฝันถึงชีวิตแบบนี้อยู่เสมอ”

เมื่อนึกถึงความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ สเปนเซอร์กล่าวว่า “มันรู้สึกเหมือนฝันที่เป็นจริงและสมบูรณ์แบบมาก (Full circle) ที่ได้รู้ว่าภาพถ่ายที่ผมถ่ายเองกับมือ กำลังจะไปอยู่บนบัตรดำน้ำ”

เรื่องราวเบื้องหลังภาพ Flippin’ Between Two Worlds

การเดินทางเยือนเกาะดอมินิกาครั้งแรกของสเปนเซอร์นั้นมีแรงผลักดันมาจากชื่อเสียงในเรื่องของการพบเจอวาฬหัวทุย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีกระแสข่าวแพร่สะพัดเกี่ยวกับโลมาผู้โดดเดี่ยวและเป็นมิตรตัวหนึ่ง ที่เริ่มแย่งความสนใจไปจากทุกสิ่ง สเปนเซอร์จึงอยากจะไปสัมผัสประสบการณ์นั้นด้วยตัวเอง โลมาตัวนี้เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นในชื่อเบ็คกี้ (Becky) สเปนเซอร์ได้ลงไปในน้ำโดยที่แทบไม่รู้เลยว่า การเผชิญหน้าในครั้งนี้จะกลายเป็นความทรงจำที่ล้ำค่าขนาดไหน

สเปนเซอร์นึกย้อนไปว่า “เธอชอบอยู่ตัวเดียวและรักการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนเสมอ บ่อยครั้งที่เธอจะชวนพวกเราลงไปในน้ำ และจะอยู่กับเรานานเท่าที่เราพร้อมจะเล่นด้วย” ส่วนเหตุการณ์ในวันที่เขาถ่ายภาพนี้ได้ เขาเล่าว่า “ผมสังเกตเห็นว่าเบ็คกี้กำลังสนใจเสียงตีนกบของผมเวลาที่มันดัดตัวพริ้วไหว ผมก็เลยถอดตีนออกข้างหนึ่ง ถือไว้ข้าง ๆ กล้อง แล้วขยับมันไปมาเพื่อเพิ่มให้เสียงดังขึ้น เธอหยุดนิ่งอยู่ที่ผิวน้ำเพื่อสำรวจมัน นั่นทำให้ผมมีโอกาสถ่ายภาพกึ่งบกกึ่งน้ำภาพนี้ของเธอ โดยมีเกาะเป็นฉากหลัง”

หนึ่งในสิ่งที่เป็นที่น่าจดจำที่สุดสำหรับเคลลอนคือความอยากรู้อยากเห็นนั้นเกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่าย เขาอธิบายว่า “ผมรักภาพถ่ายใบนี้เพราะมันบันทึกช่วงเวลาที่สัตว์ตัวนั้นต้องการจะอยู่ตรงนั้นจริง ๆ ผมไม่มีความสใจที่จะบังคับให้เกิดการปฏิสัมพันธ์เพียงเพื่อให้ได้ภาพถ่ายหรอกครับ เมื่อการเผชิญหน้านั้นเกิดจากความจริงใจ ภาพถ่ายที่ยอดเยี่ยมก็จะตามมาเอง”


บัตร Gentle Giants of the Blue’ฃ โดยบรูค ไพก์ (Brooke Pyke)

พกพาเรื่องราวการเผชิญหน้าสุดพิเศษแห่งท้องทะเลไว้ในกระเป๋าสตางค์ของคุณด้วยบัตรรับรองรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันใบนี้ ภาพนี้ถูกบันทึกไว้ที่แนวปะการังนิงกาลู (Ningaloo Reef) ทางตะวันตกของออสเตรเลีย โดยตัวบัตรได้เผยให้เห็นช่วงเวลาที่หาดูได้ยากยิ่ง เมื่อฉลามวาฬสองตัวกำลังหาอาหารอยู่เคียงข้างกัน บัตรดีไซน์นี้มีให้เลือกทั้งในรูปแบบบัตร eCard และบัตรกันน้ำที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล แต่บัตรแบบแข็ง (Physical Card) มีจำหน่ายเพียง 1,000 ใบเท่านั้น — รีบสั่งซื้อของคุณตอนนี้เลย!

บัตรใบนี้คือสิ่งที่คุณต้องมี หากคุณเป็นคนที่รักฉลามหรือสัตว์ทะเลขนาดใหญ่

ยักษ์ใหญ่แห่งบัตรรับรองสีน้ำเงิน

ทำความรู้จักกับช่างภาพ – บรูค ไพก์ (Brooke Pyke)

บรูค ไพก์ เป็นช่างภาพสัตว์ป่าระดับรางวัล ซึ่งปักหลักทำงานอยู่ที่เมืองเอกซ์เมาธ์ (Exmouth) บริเวณชายฝั่งนิงกาลู (Ningaloo Coast) ทางตะวันตกของออสเตรเลีย

จุดเริ่มต้นในเส้นทางการถ่ายภาพของบรูคเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย โดยเธอได้เรียนรู้จนเชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพฟิล์มขาวดำด้วยกล้องตัวเก่า และเมื่อได้นำความหลงใหลในวัยเยาว์นี้มาผสมผสานเข้ากับความรักที่มีต่อท้องทะเล บรูคจึงได้ก้าวเข้ามาเป็นครูผู้สอน PADI Scuba Instructor แต่ในไม่ช้าเธอก็ตระหนักได้ว่า เส้นทางที่แท้จริงของเธอคือการหลอมรวมการถ่ายภาพเข้ากับการดำน้ำสคูบา บรูคอธิบายว่าการถ่ายภาพใต้น้ำ “ได้กลายมาเป็นความคลั่งไคล้ของฉันอย่างรวดเร็วและฉันก็เริ่มฝึกฝนศิลปะแขนงนี้ด้วยตัวเอง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นในแบบเดียวกับที่เคยดึงดูดฉันเข้าสู่ห้องมืดเมื่อหลายปีก่อน”

ในไม่ช้า ความทุ่มเทของบรูคก็ผลักดันให้เธอประสบความสำเร็จ ระหว่างที่เธอร่วมงานกับมูลนิธิ Marine Megafauna Foundation เธอได้บันทึกภาพกระเบนราหูที่กำลังหาอาหารอยู่ท่ามกลางมลพิษขยะพลาสติกที่หนาแน่น ซึ่งภาพนี้ได้กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และคว้ารางวัลชนะเลิศในสาขาการถ่ายภาพเพื่อการอนุรักษ์มาได้ เมื่อได้ตระหนักถึงพลังของภาพถ่ายเพียงภาพเดียว บรูคจึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่เมืองเอกซ์เมาธ์ (Exmouth) เพื่อพัฒนาอาชีพช่างภาพของเธอต่อไป

ในปี 2022 บรูคได้รับการยอมรับในระดับสากลจากเวทีประกวดรางวัลช่างภาพมหาสมุทรแห่งปี (Ocean Photographer of the Year) แต่บรูคอธิบายว่า “สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกภาคภูมิใจและเติมเต็มหัวใจมากที่สุด คือผลกระทบที่ผลงานของฉันมีต่อผู้คน ฉันมักจะได้รับข้อความจากคนแปลกหน้าอยู่เสมอว่า ภาพถ่ายของฉันสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาอยากลองดำน้ำหรือสน็อกเกอลิ่งเป็นครั้งแรก หรือตอนนี้พวกเขากำลังศึกษาต่อในสายงานวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการถ่ายภาพมหาสมุทร ข้อความเหล่านั้นมีความหมายต่อฉันมากกว่ารางวัลใด ๆ เสียอีก”

เมื่อนึกถึงสิ่งที่มีค่าที่สุด บรูคกล่าวเสริมว่า: “การได้รู้ว่าภาพถ่ายของฉันสามารถขับเคลื่อนความรู้สึกของใครบางคน จุดประกายความอยากรู้อยากเห็น หรือทำให้ความผูกพันต่อมหาสมุทรแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น — นั่นคือเหตุผลเกือบทั้งหมดที่ทำให้ฉันเลือกทำในสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้”

เรื่องราวเบื้องหลังภาพบัตร Gentle Giants of the Blue

การได้พบเห็นฉลามวาฬที่แนวปะการังนิงกาลู (Ningaloo Reef) ทางตะวันตกของออสเตรเลีย ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร อันที่จริงแล้ว ที่นี่คือหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกในการไปพบพวกมันด้วยซ้ำ แต่ในขณะที่การพบเจอพวกมันแบบตัวเดียวนั้นเป็นเรื่องปกติ การได้เห็นฉลามวาฬหลาย ๆ ตัวอยู่ในพื้นที่เดียวกันกลับเป็นเรื่องที่หาดูได้ยาก และการบันทึกภาพพวกมันสองตัวให้อยู่ในเฟรมเดียวกันได้นั้น ยิ่งเป็นเรื่องที่พิเศษเหนือธรรมดาขึ้นไปอีก

บรูคอธิบายว่า “เป็นที่รู้กันดีว่าฉลามวาฬเป็นยักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเลที่รักอิสระและพึ่งพาตัวเองค่อนข้างสูง การได้เห็นพวกมันอยู่ร่วมกันจึงไม่ใช่เรื่องที่จะพบได้บ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่พวกมันจะว่ายเวียนท่องมหาสมุทรอยู่เพียงลำพัง”

บรูคนึกย้อนไปถึงช่วงเวลานั้นอย่างชัดเจน: “ในวันนั้นเป็นวันที่เกิดปรากฏการณ์ตัวเคย (Krill) ในเขตร้อนรวมตัวกันอย่างหนาแน่นนอกชายฝั่งนิงกาลู สิ่งนี้ดึงดูดให้ฉลามวาฬจำนวนมากเข้ามาอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ เดียวกัน และทำให้เราได้รับโอกาสสุดพิเศษในการร่วมเป็นสักขีพยานตอนที่ฉลามวาฬหลายตัวกำลังกินอาหารอยู่ด้วยกัน”


บัตร Hatchling’s First Swim โดยเบน ฮิกส์ (Ben Hicks)

ครอบครองช่วงเวลาอันน่ามหัศจรรย์นี้ด้วยบัตรรับรองการดำน้ำใบนี้ ภาพของลูกเต่าทะเลหัวค้อนที่กำลังตะกุยว่ายน้ำเป็นครั้งแรกในบริเวณน้ำตื้นนอกชายฝั่งฟลอริดา โดยบัตรรับรองใบนี้ได้บันทึกการเดินทางของตัวอ่อนที่เพิ่งฟักออกจากไข่ จากรังที่ถูกกลบด้วยผืนทรายมุ่งสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ดีไซน์นี้มีให้เลือกทั้งในรูปแบบบัตร eCard หรือบัตรกันน้ำรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล แต่บัตรแบบแข็ง (Physical Card) มีจำหน่ายเพียง 1,000 ใบเท่านั้น

นี่คือวิธีที่ทรงพลังในการยกย่องหนึ่งในการเดินทางที่สมบุกสมบันที่สุดของธรรมชาติ ทำให้บัตรใบนี้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักดำน้ำที่ต้องการระลึกถึงเส้นทางการฝ่าฟันของตัวเอง หรือต้องการแสดงการสนับสนุนให้แก่เหล่านักสู้ผู้เสียเปรียบในโลกธรรมชาติ

บัตรรับรองลูกเต่า

ทำความรู้จักกับช่างภาพ – เบน ฮิกส์ (Ben Hicks)

เบน ฮิกส์ ปักหลักทำงานอยู่ทางตอนใต้ของรัฐฟลอริดา เขาเป็นช่างภาพเจ้าของรางวัลเอ็มมี (Emmy Award) ถึงสองสมัย ผู้มุ่งมั่นที่จะบันทึกความงดงามอันน่าเกรงขามของโลกภายนอกตามธรรมชาติ

เบนตั้งเป้าหมายที่จะจุดประกายให้ผู้คนตระหนักรู้ถึงคุณค่าของธรรมชาติและเพิ่มความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านสไตล์ภาพถ่ายที่โดดเด่น กล้าหาญและชวนสะดุดตา ผลงานได้นำพาเขาเดินทางไปทั่วทั้งทวีปอเมริกาและสถานที่แปลกใหม่ทั่วโลก โดยช่างภาพที่นิยามตัวเองว่าเป็น “เด็กหนุ่มผู้รักการผจญภัย” คนนี้ มักจะออกไล่ล่าช่วงเวลาที่ซับซ้อนและมักจะอันตราย ตั้งแต่คลื่นยักษ์ไปจนถึงการเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อบันทึกความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

ความมุ่งมั่นของเบนในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายอันทรงพลัง ส่งผลให้ผลงานของเขาได้รับเลือกไปจัดแสดงบนตึกระฟ้าในมหานครนิวยอร์ก และได้ตีพิมพ์ในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (National Geographic) นอกจากนี้เขายังร่วมมือกับแบรนด์ที่มีหัวใจรักษ์โลกเพื่อขับเคลื่อนแคมเปญที่ใส่ใจในผืนน้ำและมหาสมุทร

เบนกล่าวว่า ท้ายที่สุดแล้วภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมคือสิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดภาพถ่ายของเขา โดยเขาอธิบายว่า “ธรรมชาติเกิดขึ้่นมาก่อนเรา จึงเป็นความรับผิดชอบของเราที่จะต้องดูแลรักษา หากธรรมชาติหมดสิ้นไป พวกเราก็ไม่รอดเช่นกัน” เขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการอนุรักษ์เต่าทะเล โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของพวกมันในฐานะดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง

เบนกล่าวเสริมว่า “การที่ภาพถ่ายของผมสามารถเข้าถึงกลุ่มนักเรียนและคนรุ่นใหม่ที่รักธรรมชาติทั่วโลก เพื่อสอนให้พวกเขารู้ว่าเราจะช่วยกันปกป้องมหาสมุทรให้ดีขึ้นได้อย่างไร นั่นคือสิ่งที่ผมภาคภูมิใจที่สุดในอาชีพการงานของผม”

เรื่องราวเบื้องหลังภาพบัตร ‘Hatchling’s First Swim

ลูกเต่าทะเลต้องเผชิญกับอุปสรรคอันตรายอย่างเหลือเชื่อตั้งแต่ลืมตาดูโลก ในภาพ ‘Hatchling’s First Swim’ นี้ เบนสามารถบันทึกช่วงเวลาที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่และบอบบางมาก ของลูกเต่าทะเลหัวค้อนตัวหนึ่ง ซึ่งน่าจะมีอายุเพียงไม่กี่นาทีหลังจากเพิ่งโผล่พ้นรังทรายขึ้นมา และกำลังแหวกว่ายน้ำเป็นครั้งแรกในบริเวณน้ำตื้น

ภาพถ่ายนี้ถูกบันทึกไว้ที่เกาะซิงเกอร์ (Singer Island) ในปี 2025 ซึ่งสะท้อนถึงภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าของเบน ในการใช้ภาพถ่ายเป็นเครื่องมือเพื่อการอนุรักษ์ การรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน — โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านการเล่าเรื่องราวอันทรงพลังของเต่าทะเล เบนอธิบายว่า “ผมรักการที่ได้แบ่งปันภาพถ่ายของลูกเต่าทะเล เพราะมันสามารถเข้าถึงหัวใจของผู้คนและช่วยเตือนใจพวกเขาว่ามีสิ่งใดบ้างที่เราต้องช่วยกันปกป้องในโลกภายนอก ผ่านการเป็นคนที่มีหัวใจใส่ใจมหาสมุทร!”


บัตร PADI AWARE Sea Turtle Legend โดยสแตน โมนิซ (Stan Moniz)

ร่วมสนับสนุนการอนุรักษ์มหาสมุทรและการปกป้องสัตว์ทะเล พร้อมทั้งแสดงความมุ่งมั่นของคุณที่มีต่อโลกสีครามใบนี้ ด้วยบัตรรับรอง PADI AWARE ที่ออกแบบโดยช่างภาพ สแตน โมนิซ โดยตัวบัตรแบบแข็งเป็นบัตรกันน้ำที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล และทุก ๆ การสั่งซื้อบัตร PADI AWARE Sea Turtle Legend นี้ เงินจำนวน 10 ดอลลาร์สหรัฐจะถูกนำไปบริจาคให้แก่ มูลนิธิ PADI AWARE Foundation™ ซึ่งถือเป็นผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย (Win-Win) ทั้งสำหรับตัวคุณและมหาสมุทร!

บัตรรับรองเต่าทะเล PADI AWARE ใหม่

ทำความรู้จักกับช่างภาพ – สแตน โมนิซ (Stan Moniz)

สแตน โมนิซ บันทึกความงดงามและพลังอันยิ่งใหญ่ของมหาสมุทรผ่านภาพถ่ายและภาพยนตร์ เขาคือนักโต้คลื่นที่เต็มไปด้วยพลังและเป็นนักดำน้ำสคูบาผู้คลั่งไคล้จากหมู่เกาะฮาวาย ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในเทศมณฑลออเรนจ์ (Orange County) รัฐแคลิฟอร์เนีย

โมนิซเกิดมาเพื่อสร้างความสั่นสะเทือนและท้าทายสิ่งใหม่ ๆ แรงบันดาลใจในการหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพของเขา มาจากประสบการณ์หลายปีในการดำน้ำ Freediving และการโต้คลื่นบริเวณชายฝั่งทางเหนือบนเกาะโออาฮู รัฐฮาวาย การแบ่งปันเรื่องราวและส่งต่อพลังให้ผู้คนได้ออกไปสำรวจโลกผ่านเลนส์ของเขา ช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความงดงามและความเปราะบางของมหาสมุทร พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ ร่วมกันปกป้องมัน นอกจากนี้เขายังเป็นผู้แสวงหาการผจญภัยและนักดูดาว ผู้ชอบออกสำรวจและบันทึกความสมบูรณ์แบบของท้องฟ้ายามค่ำคืนผ่านการถ่ายภาพดาราศาสตร์อีกด้วย

ลึกลงไปในใจแล้ว โมนิซเป็นคุณครูผู้เปี่ยมด้วยความหลงใหล ที่ชอบช่วยเหลือให้ผู้อื่นได้ค้นพบการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ของตนเองผ่านภาพถ่ายและภาพยนตร์

เรื่องราวเบื้องหลังภาพบัตร PADI AWARE Sea Turtle Legend

ช่างภาพ สแตน โมนิซ เล่าให้เราฟังว่า “ในตอนที่ผมเติบโตขึ้นมา ครอบครัวและเพื่อน ๆ มักจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่พิเศษแห่งหนึ่งในเกาะเมาวี (Maui) ซึ่งเป็นจุดที่ผมจะสามารถสังเกตดูสถานีทำความสะอาดของเต่าทะเล (Sea Turtle Cleaning Stations) ได้ โดยเกาะเมาวีถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกที่คุณสามารถพบเห็นสิ่งมีชีวิตที่สวยงามเหล่านี้ได้ทีละหลายสิบตัวในเวลาใดก็ได้

หลายปีผ่านไป ในที่สุดผมก็ได้เห็นสถานที่ที่ครอบครัวเคยเล่าให้ฟังด้วยตาของตัวเอง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่อยู่ในรายการสิ่งที่ต้องทำสักครั้งในชีวิตของผมมาโดยตลอด

สิ่งที่ทำให้ภาพถ่ายใบนี้มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับผมอย่างมากก็คือมันถูกถ่ายไว้ในระหว่างการดำน้ำ Fun Dive เพียงไม่กี่นาทีหลังจากที่ผมเพิ่งเรียนจบและได้รับบัตรรับรอง PADI Advanced Open Water Diver คำพูดไม่สามารถอธิบายได้เลยว่าผมรู้สึกประทับใจและทึ่งกับประสบการณ์ในครั้งนั้นมากแค่ไหน รวมถึงการที่มันเป็นเรื่องง่ายมากที่จะผ่อนคลายอยู่ใต้น้ำและซึมซับความงดงามของธรรมชาติ”

ภาพถ่ายใบนี้ถูกบันทึกไว้บริเวณชายฝั่งตะวันตกของเกาะเมาวี เพียงไม่กี่เดือนก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ไฟป่าครั้งรุนแรงที่เมืองลาไฮนา บนเกาะเมาวี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2023


ถึงเวลาเปลี่ยนบัตรรับรองใบใหม่หรือยัง

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผจญภัยดำน้ำครั้งต่อไปของคุณ หากคุณทำบัตรรับรอง PADI สูญหาย หรือหากคุณได้รับเพียงแค่บัตร eCard ตอนที่เรียนจบหลักสูตรใหม่ แต่ต้องการบัตรแบบแข็งที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิลด้วย อย่าลืมสั่งซื้อบัตรนักดำน้ำ PADI ใบใหม่ของคุณเร็ว ๆ นี้


สมัคร PADI Club วันนี้ พร้อมรับส่วนลดสุดคุ้ม!

อยากประหยัดเงินในการสั่งซื้อบัตรรับรองใบใหม่ใช่ไหม เพียงสมัครสมาชิก PADI Club คุณจะได้รับบัตร eCard ลายเอกซ์คลูซีฟเฉพาะสมาชิกฟรี 1 ใบต่อปี (ซึ่งมีดีไซน์พิเศษสำหรับสมาชิกให้เลือกถึง 4 แบบ) พร้อมรับส่วนลด 25% สำหรับการซื้อบัตรรับรอง PADI ปีละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ คุณยังจะได้รับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น สิทธิ์เป็นสมาชิกนิตยสาร Scuba Diving, ส่วนลด 20% สำหรับหลักสูตร eLearning สิทธิ์เข้าเรียนหลักสูตร Prepared Diver ของ DAN ออนไลน์ฟรี และโปรแกรม PADI ReActivate online refresher ฟรีอีกด้วย

Share This

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง