ชุมชนและความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้นมีความสำคัญมากกว่าครั้งไหน ๆ และสำหรับนักดำน้ำหลาย ๆ คน มหาสมุทรเป็นมากกว่าแค่สถานที่สำหรับการสำรวจ แต่เป็นพื้นที่สำหรับเชื่อมโยงและผูกพันกับผู้อื่นอีกด้วย

ไม่ว่าจะกับครอบครัว เพื่อนพ้องหรือกลุ่มคนที่ร่วมแบ่งปันความรักต่อโลกใต้น้ำเหมือน ๆ กัน ความผูกพันเหล่านี้สามารถสร้างอิมแพคที่ยิ่งใหญ่ หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนชีวิตของคนๆ หนึ่งได้เลยทีเดียว เพราะสิ่งนี้ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ เป้าหมายในชีวิต และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ทั้งในยามที่อยู่ใต้น้ำและบนบก และสำหรับกลุ่มนักดำน้ำที่มีความหลากหลาย ความรู้สึกผูกพันเชื่อมโยงนั้นยิ่งมีความหมายมากเป็นพิเศษ การดำน้ำทำให้หลาย ๆ คนไม่ได้ค้นพบแค่สิ่งที่ตนเองหลงใหลเท่านั้น แต่ยังได้เจอชุมชนที่พวกเขาได้รับความใส่ใจ ได้รับการสนับสนุนและสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่

พวกเราได้พูดคุยกับนักดำน้ำหลายคนในชุมชน PADI ผู้ซึ่งกำลังสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นหันมาดำน้ำ ด้วยการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทลายกำแพงหรืออุปสรรคต่าง ๆ และพิสูจน์ให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นไปได้


นักดำน้ำที่ขาขาดทั้งสองข้างลอยอยู่ในน้ำ
ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ นักดำน้ำชาวไทยผู้สูญเสียขาทั้งสองข้าง มีความสุขกับอิสรภาพที่โลกใต้น้ำมอบให้กับเธอ

การนำทางชีวิตด้วยพลังบวก

เมื่อตอนที่ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ อายุ 26 ปี ได้ย้อนเวลากลับไปตอนที่เธออายุ 14 ปี เธอได้สูญเสียขาทั้งสองข้างจากอุบัติเหตุ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งนั้นไม่ได้ทำให้เธอหยุดใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงและคิดบวก รวมถึงไม่ได้หยุดเธอจากการเป็นพลังขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงเพื่อชุมชนของเธอเลย “คนไทยรู้จักฉันในชื่อ ‘ธันย์’ – สาวน้อยคิดบวก” ณิชชารีย์บอกกับเรา

การเรียนดำน้ำคือความฝันของเธอ และเธอทำมันได้สำเร็จในปี 2016 ในช่วงที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี เธอกล่าวว่า “ตอนที่ฉันได้ลองดำน้ำสคูบาเป็นครั้งแรก ฉันรู้สึกว่าร่างกายไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตใต้น้ำของฉันเลย ฉันสามารถว่ายน้ำไปชมความสวยงามที่ไหนก็ได้ โดยไม่ต้องใช้รถเข็นหรือขาเทียม มันสร้างแรงบันดาลใจให้ฉัน… [และ] สอนฉันว่า… ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ ขอเพียงแค่คุณเชื่อมั่นในตัวเอง”

ปัจจุบัน เธอออกสำรวจมหาสมุทรในฐานะนักดำน้ำ PADI Advanced Open Water Diver นอกจากนี้ เมื่ออยู่บนบก เธอยังทำหน้าที่เป็นนักสื่อสารและนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อช่วยจุดประกายให้ผู้พิการคนอื่น ๆ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอให้มีชีวิตอยู่ด้วยพลังบวก

การได้เป็นนักดำน้ำของ PADI ช่วยให้เธอได้เห็นความงดงามของธรรมชาติในมุมมองใหม่และทำให้เธอเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือบทเรียนและความสุขที่เธอนำมาแบ่งปันให้กับชุมชนของเธอ


การสร้างชุมชนจากความหลงใหลในการดำน้ำ

นักดำน้ำหญิงชาวมุสลิมยืนอยู่ริมชายฝั่ง ถือหน้ากากและครีบดำน้ำไว้ในมือ
นักดำน้ำหญิงชาวมุสลิมยืนอยู่บริเวณชายฝั่ง พร้อมถือหน้ากากดำน้ำและตีนกบเอาไว้ในมือ เจสซี ฟายา ฟราลินดา (Jessy Faya Fralinda) นักดำน้ำหญิงชาวมุสลิมในประเทศอินโดนีเซีย ได้ก่อตั้งชมรมดำน้ำของตัวเองขึ้นมา

เจสซี่ ฟายา ฟราลินดา (Jessy Faya Fralinda) เกิดที่บาหลี ซึ่งเป็นเกาะที่รายล้อมไปด้วยชายหาดและผืนน้ำ เธอได้ออกสำรวจแนวชายฝั่งมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และในปี 2012 เธอได้ลองมองลึกลงไปใต้ผืนน้ำเป็นครั้งแรก “เมื่อได้จมดิ่งลงสู่มหาสมุทรสีน้ำเงินคราม [ฉันก็] รู้สึกหลงใหลในทัศนียภาพใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย” เธอแบ่งปันเรื่องราว “ฉันสัญญากับตัวเองว่าวันหนึ่งฉันจะต้องเป็นนักดำน้ำที่ได้รับการรับรองให้ได้”

เกือบ 7 ปีต่อมา เธอได้ย้ายไปที่เกาะลอมบอก (Lombok) เพื่อทำงานในอุตสาหกรรมการบิน เธอได้รับใบรับรอง PADI Open Water Diver และได้รับฉายาว่า “เงือกสาวเหินเวหา” ความรักในกีฬาประเภทนี้ของเธอเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเธอได้สร้างชุมชนนักดำน้ำในท้องถิ่นของตัวเองขึ้นมา นั่นคือชมรมนักดำน้ำสนามบินลอมบอก หรือ Lombok Airport Dive Club (LADC) ชมรมนี้ช่วยสนับสนุนและกระตุ้นให้พนักงานของสนามบินลอมบอกได้ลองมาสัมผัสการดำน้ำสคูบา เธอกล่าวเสริมว่า “และฉันพูดได้อย่างเต็มภาคภูมิเลยว่า LADC ได้สร้างนักดำน้ำมือใหม่ที่ได้รับการรับรองเกือบ 50 คนภายในเวลาเพียงปีเดียว และในเวลาไม่นาน เราก็พาชมรมนี้ก้าวไปอีกขั้น… ด้วยโครงการต่าง ๆ เช่น Dive Against Debris® การเก็บขยะชายหาด โครงการในสวนปะการังและอื่น ๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ เธอยังรวบรวมและขับเคลื่อนผู้คนรอบข้างให้หันมาสนใจกีฬาที่เธอรักในบทบาทหน้าที่อื่น ๆ อีกด้วย เช่น การเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนักดำน้ำอินโดนีเซีย (ซึ่งเป็นกลุ่มชุมชนที่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาล) และการเป็นหนึ่งใน Girls That Scuba Ambassadors รุ่นแรก ๆ ขององค์กร Girls That Scuba จากประเทศอินโดนีเซีย เธอมุ่งหวังที่จะก้าวไปเป็นนักดำน้ำ PADI Rescue Diver และส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงหันมาลองดำน้ำสคูบากันมากขึ้น


การเชื่อมต่อผ่านการสื่อสาร

นักดำน้ำมองกล้อง
สเตฟานี ซอร์โนซา (Stephanie Zornoza) นักดำน้ำ PADI Advanced Open Water Diver ซึ่งเป็นผู้บกพร่องทางการได้ยินชาวอเมริกัน
กำลังทำภาษามืออเมริกัน (ASL) คำว่า “น้ำ” อยู่ใต้น้ำ เอื้อเฟื้อภาพโดย Aqua Hands

สเตฟานี ซอร์โนซา (Stephanie Zornoza) เข้าใจดีถึงความสำคัญของการเชื่อมต่อและการสื่อสาร เธอได้ก่อตั้ง The ASL Shop ขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้อื่นได้เรียนรู้ภาษามืออเมริกัน (ASL) ในฐานะนักดำน้ำ PADI Advanced Open Water Diver ซึ่งเป็นผู้บกพร่องทางการได้ยิน เธอรู้สึกว่าการที่สามารถสื่อสารกับนักดำน้ำคนอื่น ๆ และครูผู้สอนใต้น้ำได้นั้น มันช่าง “ให้ความรู้สึกที่เป็นอิสระมาก” และ “สนุกสุด ๆ” เธอได้บอกกับเราว่าเมื่อไม่มีอุปสรรคทางการสื่อสารอย่างที่เธอเคยเจอในบางครั้งตอนอยู่บนบกแล้ว “ไม่มีอะไรจะตื่นเต้นไปกว่าการที่เราสามารถพูดคุยสื่อสารกันใต้น้ำได้อีกแล้ว!”

ซอร์โนซายังรู้ดีอีกว่าการเป็นนักดำน้ำคือวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ เธอมักจะตกตะลึงในความงดงามรอบตัวและรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สังเกตเห็นได้ยากเมื่ออยู่บนบก เช่น แสงแดดที่เต้นระบำสะท้อนกับแนวปะการัง หรือท่วงท่าการว่ายน้ำของฝูงปลา เธอกล่าวว่า “มันน่าทึ่งมากที่เรามองข้ามสิ่งต่าง ๆ ไปมากมายเหลือเกินในตอนที่เราใช้ชีวิตอยู่บนบก”

การดำน้ำช่วยสร้างแรงผลักดันให้เธออยากบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโลกใต้น้ำให้ผู้คนได้รับรู้ และร่วมเป็นกระบอกเสียงในการปกป้องดูแลโลกใบนี้ เธอกล่าวอธิบายว่า “มันยากมากที่จะไม่รู้สึกเกิดแรงบันดาลใจในตอนที่คุณกำลังสน็อกเกอลิ่งอยู่รอบแนวปะการัง หรือกำลังสำรวจซากเรืออับปาง แต่เราก็อาจจะลืมเลือนสถานที่เหล่านี้ไปได้ง่าย ๆ เหมือนกันเมื่อกลับไปใช้ชีวิตตามกิจวัตรประจำวันเดิม ๆ ที่บ้าน เป้าหมายของฉันคือการแบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้อื่นอยู่เสมอ และสนับสนุนให้พวกเขาออกไปสำรวจพื้นที่ท้องถิ่นในบ้านเกิดของตัวเอง!” เธอกล่าวอธิบาย


การสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน

นักดำน้ำชาวมาไซคนหนึ่งเดินอยู่ริมชายฝั่งโดยถือครีบดำน้ำอยู่ในมือ
แฟรงก์ มอลเลล (Frank Mollel) ครูผู้สอน Master Scuba Diver Trainer คือนักดำน้ำชาวมาซาย (Maasai) คนแรก เอื้อเฟื้อภาพโดย Divepoint Zanzibar/Billy Kenes

แฟรงก์ เดวิด มอลเลล (Frank David Mollel) ใช้ชีวิตที่อุทิศตนให้กับการปกป้องมหาสมุทรของเรา ในฐานะครูผู้สอน PADI Master Scuba Diver Trainer, AmbassaDiver from Zanzibar และผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร Linda Bahari Pamoja (ซึ่งแปลว่า “ร่วมกันปกป้องมหาสมุทร”) ทำให้เขาได้ใช้เวลาอยู่ในน้ำเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เขาเติบโตมาในภูมิภาคที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลและอยู่ใกล้กับภูเขา อันที่จริงแล้ว มอลเลลไม่เคยเห็นหรือสัมผัสมหาสมุทรเลยจนกระทั่งเขาอายุได้ 18 ปี

เขากล่าวว่า “ในฐานะชาวมาซาย (ชนเผ่าที่พบทางตอนเหนือของประเทศแทนซาเนีย) น้ำไม่ใช่สิ่งที่เราคุ้นเคยเลย และพวกเราเติบโตมาพร้อมกับความเชื่อที่ว่าเราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่ออยู่กับน้ำ หรือไม่กล้าแม้แต่จะลงไปอยู่ในมหาสมุทร ดังนั้น ผมพูดได้เลยว่าผมเป็นชาวมาซายคนแรกที่กล้าลองดำน้ำ”

และต้องขอบคุณเขา ที่ทำให้เขาคงจะไม่ใช่ชาวมาซายคนสุดท้ายที่ได้ดำน้ำ เพราะ Linda Bahari Pamoja เป็นโครงการเพื่อชุมชนที่มุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูแนวปะการัง รวมถึงการให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับความสำคัญของระบบนิเวศทางทะเล

มอลเลลบอกกับเราว่าโครงการและแคมเปญต่าง ๆ เช่นนี้ มีส่วนช่วยสะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติที่ผู้คนรัก เขากล่าวต่อว่า “การทำงานร่วมกับชุมชนหมายความว่าฉันสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ และแสดงให้พวกเขาเห็นว่าโลกใต้น้ำของเรางดงามเพียงใด เหตุใดเราจึงต้องปกป้องมัน พร้อมทั้งช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้มากขึ้น”


จูเลีย อเวลีน ราเบนโจโร ดำน้ำกับปะการัง
จูเลีย อเวอลีน ราบองโจโร (Julia Aveline Rabenjoro) นักดำน้ำรุ่นเยาว์จากเกาะบอร์เนียว ได้ริเริ่มโครงการทำความสะอาดแนวปะการังที่นำโดยกลุ่มเยาวชน

การสร้างอนาคตให้คนรุ่นถัดไป

จูเลีย อเวอลีน ราบองโจโร (Julia Aveline Rabenjoro) หายใจใต้น้ำครั้งแรกในวันเกิดครบรอบ 8 ขวบของเธอ ผ่านหลักสูตร PADI Bubblemaker® ​​ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่หล่อหลอมชีวิตของเธอในอีกทศวรรษต่อมา การเติบโตมาในครอบครัวนักดำน้ำที่ประเทศมาเลเซีย ทำให้เธอปรารถนาที่จะออกไปสำรวจโลกใต้น้ำด้วยตัวเอง เธอพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็วผ่านหลักสูตร PADI Junior และเมื่ออายุได้ 18 ปี เธอก็ได้ก้าวขึ้นเป็น PADI Divemaster

หลังจากแบ่งปันเส้นทางการเดินทางในโลกดำน้ำของเธอทางออนไลน์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนหนุ่มสาวคนอื่น ๆ อเวอลีน ราบองโจโร ได้สมัครเข้าร่วมเป็น PADI AmbassaDiver และได้รับเลือกในที่สุด เธอกล่าวว่า “ฉันชอบวิธีที่พวกเขาตั้งกรอบให้การดำน้ำสคูบาเป็นประตูสู่การเป็นนักอนุรักษ์มหาสมุทร เพราะฉันเชื่อมั่นในคำกล่าวที่ว่าคนเราจะปกป้องสิ่งที่พวกเขารักเสมอ”

ด้วยแรงบันดาลใจจากการร่วมกิจกรรมเก็บขยะตามแนวปะการังและกู้ตัดเศษอวน อเวอลีน ราบองโจโร จึงได้ก่อตั้งโครงการ Bubbles of Hope ซึ่งเป็นโครงการที่จัดกิจกรรมทำความสะอาดแนวปะการังร่วมกับศูนย์ดำน้ำในท้องถิ่น เธอกล่าวอธิบายว่า “เมื่อฉันสังเกตเห็นว่าเพื่อนร่วมชั้นหันมาเรียนดำน้ำกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉันจึงตัดสินใจรวมกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์เดียวกันและต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก เป้าหมายของฉันไม่ใช่แค่เรื่องของจำนวนขยะที่เราสามารถเก็บขึ้นมาได้ แต่คือการปลุกพลังและเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่สมาชิก โดยแสดงให้พวกเขาเห็นว่าไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ พวกเขาก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริงเช่นกัน”

ในปี 2024 เธอได้เข้าร่วมโครงการ Young Ocean Ambassador Program ขององค์กร Manta Trust ซึ่งทำให้เธอได้เชื่อมต่อกับกลุ่มเยาวชนผู้ขับเคลื่อนด้านการอนุรักษ์มหาสมุทรจากทั่วทุกมุมโลก และจากการติดต่อประสานงานเหล่านี้เอง ทำให้เธอสามารถขยายโครงการ Bubbles of Hope ไปสู่ระดับสากล โดยช่วยผลักดันให้เกิดการจัดตั้งโครงการนี้ขึ้นในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา

“ความงดงามของมหาสมุทรคือแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉัน” เธอสะท้อนความคิด “ฉันอยากให้ผู้คนตกหลุมรักมันเหมือนอย่างที่ฉันรัก”


Mike Winkles PADI AmbassaDiver นั่งอยู่บนเรือ
ไมค์ วิงเคิลส์ (Mike Winkles) PADI Course Director จากประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพดำน้ำรุ่นต่อไป

การสร้างชุมชนผ่านการอนุรักษ์

ตั้งแต่ตอนอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เขาได้รับใบรับรอง PADI Junior Open Water Diver แหล่งน้ำพุธรรมชาติ ในรัฐฟลอริดาได้หล่อหลอมชีวิตของไมค์ วิงเคิลส์ (Mike Winkles) มาโดยตลอด จุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นจากเพียงแค่การได้ใช้เวลาดำน้ำร่วมกับคุณพ่อ ได้กลายมาเป็นสิ่งที่มีบทบาทในการกำหนดอนาคตของเขา เขากล่าวอธิบายว่า “ผมตระหนักได้ว่าผมอยากแบ่งปันความรักในการดำน้ำกับคนอื่น ๆ เหมือนกับที่คุณพ่อแบ่งปันมันให้กับผม”

ในปัจจุบัน ในฐานะ PADI Course Director ที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้มานานกว่า 20 ปี เขาทำหน้าที่ฝึกสอนนักดำน้ำรุ่นต่อไป การสนับสนุนและผลักดันให้ผู้อื่นก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่มีความมั่นใจและมีความสามารถ ช่วยให้เขาสามารถสานต่อวงจรเดิมที่เป็นแรงบันดาลใจแรกให้กับตัวเขาเอง เขากล่าวว่า “การได้แนะนำให้ผู้คนได้รู้จักกับโลกใบใหม่ใต้ผืนน้ำอย่างสิ้นเชิง ทำให้ผมมีความสุขมาก ๆ เลย!”

ความผูกพันของเขาที่มีต่อโลกใต้น้ำอาจเห็นได้ชัดเจนที่สุดจากประสบการณ์ของเขากับพะยูนหางกลม ในแหล่งน้ำพุธรรมชาติของรัฐฟลอริดา แม้ว่าจะเคยพบเจอพวกมันมาแล้วนับพันครั้ง แต่วิงเคิลส์ยังคงจำการพบกันครั้งแรกได้เป็นอย่างดี เขากล่าวว่า “มันเป็นหนึ่งในความรู้สึกที่ติดตรึงอยู่ในใจของผมอย่างลึกซึ้ง จนตอนนี้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมได้ลงไปอยู่ในน้ำกับพะยูนหางกลม ผมก็สามารถพาตัวเองย้อนกลับไปสัมผัสความรู้สึกในประสบการณ์ครั้งแรกสุดนั้นได้เสมอ”

จากการทำงานร่วมกับโครงการคุ้มครองพะยูนหางกลมของรัฐบาลกลาง (Federal Manatee Program) เขาได้ช่วยให้ผู้คนหลายพันคนได้สัมผัสความรู้สึกมหัศจรรย์แบบเดียวกันนั้น พร้อม ๆ ไปกับการเรียนรู้เกี่ยวกับการปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยอันเป็นเอกลักษณ์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียนในท้องถิ่นไปจนถึงนักศึกษาต่างชาติ ประสบการณ์ในน้ำเหล่านั้นมักสร้างความประทับใจที่ตราตรึงอยู่ไม่รู้ลืม เขากล่าวอธิบายว่า “การดูวิดีโอทางออนไลน์ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การที่มีพะยูนหางกลมตัวยาวขนาด 10 ฟุต (3 เมตร) ว่ายเข้ามาหาคุณตรง ๆ นั้น มันเป็นอะไรที่สะกดลมหายใจของคุณได้เลยทีเดียว

สำหรับวิงเคิลส์ ช่วงเวลาแห่งการเชื่อมโยงเหล่านั้นคือจุดที่ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้นในชุมชน เขากล่าวว่า “ผมเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่ากุญแจสำคัญในการปกป้องสิ่งใดก็ตาม คือความรู้และการศึกษา”


ซาร่า โกเจอร์ นักดำน้ำจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังสร้างชุมชนผ่านการดำน้ำและการอนุรักษ์มหาสมุทร
ซารา โกเจอร์ (Sara Gojer) นักดำน้ำจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กำลังสร้างชุมชนผ่านการดำน้ำสคูบาและการอนุรักษ์มหาสมุทร

การเปลี่ยนมุมมอง

มีสัตว์น้อยชนิดนักที่จะถูกเข้าใจผิดและตกเป็นเหยื่อของการถูกคุกคามอย่างไม่ยุติธรรมเท่ากับฉลาม สำหรับซารา โกเจอร์ (Sara Gojer) ผู้อยู่อาศัยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และผู้ที่นิยามตัวเองว่าเป็นคนคลั่งไคล้ฉลาม การเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อสัตว์ที่มักถูกเข้าใจผิดเหล่านี้ ได้กลายมาเป็นภารกิจส่วนตัวของเธอ

โกเจอร์ชื่นชอบการดำน้ำสคูบามาโดยตลอด แต่มีทริปหนึ่งที่ได้เปลี่ยนทุกอย่างไป “ฉันได้ไปเยือนประเทศอียิปต์และตกหลุมรักโลกใต้น้ำอย่างถอนตัวไม่ขึ้น” เธอกล่าวอธิบาย ประสบการณ์ในครั้งนั้นผลักดันให้เธอเปลี่ยนจากงานอดิเรกมาเป็นอาชีพ หลังจากก้าวขึ้นเป็นครูผู้สอน PADI Master Scuba Diver Trainer เธอได้เดินทางไปทำงานในจุดหมายปลายทางหลายแห่ง รวมถึงหมู่เกาะมัลดีฟส์และประเทศไทย

นอกเหนือจากการสอนแล้ว โกเจอร์ยังได้ร่วมก่อตั้งชมรมดำน้ำ Reggae Shark Dive Club ในดูไบ ซึ่งในปัจจุบันมีชุมชนนักดำน้ำที่เปี่ยมด้วยความหลงใหลมากกว่า 200 คน เธอบอกกับเราว่า “พวกเราเปิดหลักสูตรสอนและจัดทริปดำน้ำไปทั่วโลก จนถึงตอนนี้เราได้ออกไปสำรวจจุดหมายปลายทางการดำน้ำที่ดีที่สุดมาแล้วหลายแห่ง” แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การท่องเที่ยวแบบหรูหรา ชมรมนี้กลับให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีความหมายและการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม “ปรัชญาของพวกเรานั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือการดำน้ำและออกไปค้นพบวัฒนธรรมท้องถิ่น”

ในปัจจุบัน งานส่วนใหญ่ของโกเจอร์มุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้เรื่องฉลามและการเป็นกระบอกเสียงด้านการอนุรักษ์ เธอกล่าวอธิบายว่า “ฉันมีความเชี่ยวชาญในการสอนนักดำน้ำเกี่ยวกับเรื่องของฉลาม รวมถึงวิธีปฏิสัมพันธ์กับพวกมันอย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ” ผ่านการทำงานของเธอ เธอได้ท้าทายภาพจำที่ขับเคลื่อนด้วยความกลัวและสนับสนุนให้ผู้คนหันมาเห็นคุณค่าของฉลาม นอกจากนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้เธอยังได้เข้าร่วมในกิจกรรมทำความสะอาดใต้น้ำที่ทำลายสถิติโลกของกินเนสส์บุ๊กอีกด้วย

และเมื่อเธอไม่ได้อยู่ใต้น้ำ คุณก็มักจะพบซาร่า จี (Sara G) อยู่หลังแท่นมิกซ์เพลง (DJ decks) ในงานอีเวนต์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณเธอเชื่อว่ามีความคล้ายคลึงกับการดำน้ำมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด “โดยเนื้อแท้แล้ว ทั้งการดำน้ำและการเป็นดีเจต่างก็เป็นเรื่องเดียวกัน นั่นคือการช่วยให้ผู้คนได้ตัดขาดจากความเครียดในชีวิตประจำวัน อยู่กับปัจจุบันและมีความสุข” เธอกล่าว


เพิ่มเติมเกี่ยวกับความหลากหลาย ชุมชนและการดำน้ำ

แชร์สิ่งนี้