ชุมชนและความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้นมีความสำคัญมากกว่าครั้งไหน ๆ และสำหรับนักดำน้ำหลาย ๆ คน มหาสมุทรเป็นมากกว่าแค่สถานที่สำหรับการสำรวจ แต่เป็นพื้นที่สำหรับเชื่อมโยงและผูกพันกับผู้อื่นอีกด้วย
ไม่ว่าจะกับครอบครัว เพื่อนพ้องหรือกลุ่มคนที่ร่วมแบ่งปันความรักต่อโลกใต้น้ำเหมือน ๆ กัน ความผูกพันเหล่านี้สามารถสร้างอิมแพคที่ยิ่งใหญ่ หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนชีวิตของคนๆ หนึ่งได้เลยทีเดียว เพราะสิ่งนี้ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ เป้าหมายในชีวิต และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ทั้งในยามที่อยู่ใต้น้ำและบนบก และสำหรับกลุ่มนักดำน้ำที่มีความหลากหลาย ความรู้สึกผูกพันเชื่อมโยงนั้นยิ่งมีความหมายมากเป็นพิเศษ การดำน้ำทำให้หลาย ๆ คนไม่ได้ค้นพบแค่สิ่งที่ตนเองหลงใหลเท่านั้น แต่ยังได้เจอชุมชนที่พวกเขาได้รับความใส่ใจ ได้รับการสนับสนุนและสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่
พวกเราได้พูดคุยกับนักดำน้ำหลายคนในชุมชน PADI ผู้ซึ่งกำลังสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นหันมาดำน้ำ ด้วยการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทลายกำแพงหรืออุปสรรคต่าง ๆ และพิสูจน์ให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นไปได้

การนำทางชีวิตด้วยพลังบวก
เมื่อตอนที่ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ อายุ 26 ปี ได้ย้อนเวลากลับไปตอนที่เธออายุ 14 ปี เธอได้สูญเสียขาทั้งสองข้างจากอุบัติเหตุ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งนั้นไม่ได้ทำให้เธอหยุดใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงและคิดบวก รวมถึงไม่ได้หยุดเธอจากการเป็นพลังขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงเพื่อชุมชนของเธอเลย “คนไทยรู้จักฉันในชื่อ ‘ธันย์’ – สาวน้อยคิดบวก” ณิชชารีย์บอกกับเรา
การเรียนดำน้ำคือความฝันของเธอ และเธอทำมันได้สำเร็จในปี 2016 ในช่วงที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี เธอกล่าวว่า “ตอนที่ฉันได้ลองดำน้ำสคูบาเป็นครั้งแรก ฉันรู้สึกว่าร่างกายไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตใต้น้ำของฉันเลย ฉันสามารถว่ายน้ำไปชมความสวยงามที่ไหนก็ได้ โดยไม่ต้องใช้รถเข็นหรือขาเทียม มันสร้างแรงบันดาลใจให้ฉัน… [และ] สอนฉันว่า… ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ ขอเพียงแค่คุณเชื่อมั่นในตัวเอง”
ปัจจุบัน เธอออกสำรวจมหาสมุทรในฐานะนักดำน้ำ PADI Advanced Open Water Diver นอกจากนี้ เมื่ออยู่บนบก เธอยังทำหน้าที่เป็นนักสื่อสารและนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อช่วยจุดประกายให้ผู้พิการคนอื่น ๆ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอให้มีชีวิตอยู่ด้วยพลังบวก
การได้เป็นนักดำน้ำของ PADI ช่วยให้เธอได้เห็นความงดงามของธรรมชาติในมุมมองใหม่และทำให้เธอเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือบทเรียนและความสุขที่เธอนำมาแบ่งปันให้กับชุมชนของเธอ
การสร้างชุมชนจากความหลงใหลในการดำน้ำ

เกือบ 7 ปีต่อมา เธอได้ย้ายไปที่เกาะลอมบอก (Lombok) เพื่อทำงานในอุตสาหกรรมการบิน เธอได้รับใบรับรอง PADI Open Water Diver และได้รับฉายาว่า “เงือกสาวเหินเวหา” ความรักในกีฬาประเภทนี้ของเธอเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเธอได้สร้างชุมชนนักดำน้ำในท้องถิ่นของตัวเองขึ้นมา นั่นคือชมรมนักดำน้ำสนามบินลอมบอก หรือ Lombok Airport Dive Club (LADC) ชมรมนี้ช่วยสนับสนุนและกระตุ้นให้พนักงานของสนามบินลอมบอกได้ลองมาสัมผัสการดำน้ำสคูบา เธอกล่าวเสริมว่า “และฉันพูดได้อย่างเต็มภาคภูมิเลยว่า LADC ได้สร้างนักดำน้ำมือใหม่ที่ได้รับการรับรองเกือบ 50 คนภายในเวลาเพียงปีเดียว และในเวลาไม่นาน เราก็พาชมรมนี้ก้าวไปอีกขั้น… ด้วยโครงการต่าง ๆ เช่น Dive Against Debris® การเก็บขยะชายหาด โครงการในสวนปะการังและอื่น ๆ อีกมากมาย
นอกจากนี้ เธอยังรวบรวมและขับเคลื่อนผู้คนรอบข้างให้หันมาสนใจกีฬาที่เธอรักในบทบาทหน้าที่อื่น ๆ อีกด้วย เช่น การเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนักดำน้ำอินโดนีเซีย (ซึ่งเป็นกลุ่มชุมชนที่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาล) และการเป็นหนึ่งใน Girls That Scuba Ambassadors รุ่นแรก ๆ ขององค์กร Girls That Scuba จากประเทศอินโดนีเซีย เธอมุ่งหวังที่จะก้าวไปเป็นนักดำน้ำ PADI Rescue Diver และส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงหันมาลองดำน้ำสคูบากันมากขึ้น
การเชื่อมต่อผ่านการสื่อสาร

กำลังทำภาษามืออเมริกัน (ASL) คำว่า “น้ำ” อยู่ใต้น้ำ เอื้อเฟื้อภาพโดย Aqua Hands
สเตฟานี ซอร์โนซา (Stephanie Zornoza) เข้าใจดีถึงความสำคัญของการเชื่อมต่อและการสื่อสาร เธอได้ก่อตั้ง The ASL Shop ขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้อื่นได้เรียนรู้ภาษามืออเมริกัน (ASL) ในฐานะนักดำน้ำ PADI Advanced Open Water Diver ซึ่งเป็นผู้บกพร่องทางการได้ยิน เธอรู้สึกว่าการที่สามารถสื่อสารกับนักดำน้ำคนอื่น ๆ และครูผู้สอนใต้น้ำได้นั้น มันช่าง “ให้ความรู้สึกที่เป็นอิสระมาก” และ “สนุกสุด ๆ” เธอได้บอกกับเราว่าเมื่อไม่มีอุปสรรคทางการสื่อสารอย่างที่เธอเคยเจอในบางครั้งตอนอยู่บนบกแล้ว “ไม่มีอะไรจะตื่นเต้นไปกว่าการที่เราสามารถพูดคุยสื่อสารกันใต้น้ำได้อีกแล้ว!”
ซอร์โนซายังรู้ดีอีกว่าการเป็นนักดำน้ำคือวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ เธอมักจะตกตะลึงในความงดงามรอบตัวและรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สังเกตเห็นได้ยากเมื่ออยู่บนบก เช่น แสงแดดที่เต้นระบำสะท้อนกับแนวปะการัง หรือท่วงท่าการว่ายน้ำของฝูงปลา เธอกล่าวว่า “มันน่าทึ่งมากที่เรามองข้ามสิ่งต่าง ๆ ไปมากมายเหลือเกินในตอนที่เราใช้ชีวิตอยู่บนบก”
การดำน้ำช่วยสร้างแรงผลักดันให้เธออยากบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโลกใต้น้ำให้ผู้คนได้รับรู้ และร่วมเป็นกระบอกเสียงในการปกป้องดูแลโลกใบนี้ เธอกล่าวอธิบายว่า “มันยากมากที่จะไม่รู้สึกเกิดแรงบันดาลใจในตอนที่คุณกำลังสน็อกเกอลิ่งอยู่รอบแนวปะการัง หรือกำลังสำรวจซากเรืออับปาง แต่เราก็อาจจะลืมเลือนสถานที่เหล่านี้ไปได้ง่าย ๆ เหมือนกันเมื่อกลับไปใช้ชีวิตตามกิจวัตรประจำวันเดิม ๆ ที่บ้าน เป้าหมายของฉันคือการแบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้อื่นอยู่เสมอ และสนับสนุนให้พวกเขาออกไปสำรวจพื้นที่ท้องถิ่นในบ้านเกิดของตัวเอง!” เธอกล่าวอธิบาย
การสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน

แฟรงก์ เดวิด มอลเลล (Frank David Mollel) ใช้ชีวิตที่อุทิศตนให้กับการปกป้องมหาสมุทรของเรา ในฐานะครูผู้สอน PADI Master Scuba Diver Trainer, AmbassaDiver from Zanzibar และผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร Linda Bahari Pamoja (ซึ่งแปลว่า “ร่วมกันปกป้องมหาสมุทร”) ทำให้เขาได้ใช้เวลาอยู่ในน้ำเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เขาเติบโตมาในภูมิภาคที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลและอยู่ใกล้กับภูเขา อันที่จริงแล้ว มอลเลลไม่เคยเห็นหรือสัมผัสมหาสมุทรเลยจนกระทั่งเขาอายุได้ 18 ปี
เขากล่าวว่า “ในฐานะชาวมาซาย (ชนเผ่าที่พบทางตอนเหนือของประเทศแทนซาเนีย) น้ำไม่ใช่สิ่งที่เราคุ้นเคยเลย และพวกเราเติบโตมาพร้อมกับความเชื่อที่ว่าเราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่ออยู่กับน้ำ หรือไม่กล้าแม้แต่จะลงไปอยู่ในมหาสมุทร ดังนั้น ผมพูดได้เลยว่าผมเป็นชาวมาซายคนแรกที่กล้าลองดำน้ำ”
และต้องขอบคุณเขา ที่ทำให้เขาคงจะไม่ใช่ชาวมาซายคนสุดท้ายที่ได้ดำน้ำ เพราะ Linda Bahari Pamoja เป็นโครงการเพื่อชุมชนที่มุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูแนวปะการัง รวมถึงการให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับความสำคัญของระบบนิเวศทางทะเล
มอลเลลบอกกับเราว่าโครงการและแคมเปญต่าง ๆ เช่นนี้ มีส่วนช่วยสะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติที่ผู้คนรัก เขากล่าวต่อว่า “การทำงานร่วมกับชุมชนหมายความว่าฉันสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ และแสดงให้พวกเขาเห็นว่าโลกใต้น้ำของเรางดงามเพียงใด เหตุใดเราจึงต้องปกป้องมัน พร้อมทั้งช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้มากขึ้น”

การสร้างอนาคตให้คนรุ่นถัดไป
จูเลีย อเวอลีน ราบองโจโร (Julia Aveline Rabenjoro) หายใจใต้น้ำครั้งแรกในวันเกิดครบรอบ 8 ขวบของเธอ ผ่านหลักสูตร PADI Bubblemaker® ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่หล่อหลอมชีวิตของเธอในอีกทศวรรษต่อมา การเติบโตมาในครอบครัวนักดำน้ำที่ประเทศมาเลเซีย ทำให้เธอปรารถนาที่จะออกไปสำรวจโลกใต้น้ำด้วยตัวเอง เธอพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็วผ่านหลักสูตร PADI Junior และเมื่ออายุได้ 18 ปี เธอก็ได้ก้าวขึ้นเป็น PADI Divemaster
หลังจากแบ่งปันเส้นทางการเดินทางในโลกดำน้ำของเธอทางออนไลน์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนหนุ่มสาวคนอื่น ๆ อเวอลีน ราบองโจโร ได้สมัครเข้าร่วมเป็น PADI AmbassaDiver และได้รับเลือกในที่สุด เธอกล่าวว่า “ฉันชอบวิธีที่พวกเขาตั้งกรอบให้การดำน้ำสคูบาเป็นประตูสู่การเป็นนักอนุรักษ์มหาสมุทร เพราะฉันเชื่อมั่นในคำกล่าวที่ว่าคนเราจะปกป้องสิ่งที่พวกเขารักเสมอ”
ด้วยแรงบันดาลใจจากการร่วมกิจกรรมเก็บขยะตามแนวปะการังและกู้ตัดเศษอวน อเวอลีน ราบองโจโร จึงได้ก่อตั้งโครงการ Bubbles of Hope ซึ่งเป็นโครงการที่จัดกิจกรรมทำความสะอาดแนวปะการังร่วมกับศูนย์ดำน้ำในท้องถิ่น เธอกล่าวอธิบายว่า “เมื่อฉันสังเกตเห็นว่าเพื่อนร่วมชั้นหันมาเรียนดำน้ำกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉันจึงตัดสินใจรวมกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์เดียวกันและต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก เป้าหมายของฉันไม่ใช่แค่เรื่องของจำนวนขยะที่เราสามารถเก็บขึ้นมาได้ แต่คือการปลุกพลังและเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่สมาชิก โดยแสดงให้พวกเขาเห็นว่าไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ พวกเขาก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริงเช่นกัน”
ในปี 2024 เธอได้เข้าร่วมโครงการ Young Ocean Ambassador Program ขององค์กร Manta Trust ซึ่งทำให้เธอได้เชื่อมต่อกับกลุ่มเยาวชนผู้ขับเคลื่อนด้านการอนุรักษ์มหาสมุทรจากทั่วทุกมุมโลก และจากการติดต่อประสานงานเหล่านี้เอง ทำให้เธอสามารถขยายโครงการ Bubbles of Hope ไปสู่ระดับสากล โดยช่วยผลักดันให้เกิดการจัดตั้งโครงการนี้ขึ้นในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา
“ความงดงามของมหาสมุทรคือแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉัน” เธอสะท้อนความคิด “ฉันอยากให้ผู้คนตกหลุมรักมันเหมือนอย่างที่ฉันรัก”

การสร้างชุมชนผ่านการอนุรักษ์
ตั้งแต่ตอนอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เขาได้รับใบรับรอง PADI Junior Open Water Diver แหล่งน้ำพุธรรมชาติ ในรัฐฟลอริดาได้หล่อหลอมชีวิตของไมค์ วิงเคิลส์ (Mike Winkles) มาโดยตลอด จุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นจากเพียงแค่การได้ใช้เวลาดำน้ำร่วมกับคุณพ่อ ได้กลายมาเป็นสิ่งที่มีบทบาทในการกำหนดอนาคตของเขา เขากล่าวอธิบายว่า “ผมตระหนักได้ว่าผมอยากแบ่งปันความรักในการดำน้ำกับคนอื่น ๆ เหมือนกับที่คุณพ่อแบ่งปันมันให้กับผม”
ในปัจจุบัน ในฐานะ PADI Course Director ที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้มานานกว่า 20 ปี เขาทำหน้าที่ฝึกสอนนักดำน้ำรุ่นต่อไป การสนับสนุนและผลักดันให้ผู้อื่นก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่มีความมั่นใจและมีความสามารถ ช่วยให้เขาสามารถสานต่อวงจรเดิมที่เป็นแรงบันดาลใจแรกให้กับตัวเขาเอง เขากล่าวว่า “การได้แนะนำให้ผู้คนได้รู้จักกับโลกใบใหม่ใต้ผืนน้ำอย่างสิ้นเชิง ทำให้ผมมีความสุขมาก ๆ เลย!”
ความผูกพันของเขาที่มีต่อโลกใต้น้ำอาจเห็นได้ชัดเจนที่สุดจากประสบการณ์ของเขากับพะยูนหางกลม ในแหล่งน้ำพุธรรมชาติของรัฐฟลอริดา แม้ว่าจะเคยพบเจอพวกมันมาแล้วนับพันครั้ง แต่วิงเคิลส์ยังคงจำการพบกันครั้งแรกได้เป็นอย่างดี เขากล่าวว่า “มันเป็นหนึ่งในความรู้สึกที่ติดตรึงอยู่ในใจของผมอย่างลึกซึ้ง จนตอนนี้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมได้ลงไปอยู่ในน้ำกับพะยูนหางกลม ผมก็สามารถพาตัวเองย้อนกลับไปสัมผัสความรู้สึกในประสบการณ์ครั้งแรกสุดนั้นได้เสมอ”
จากการทำงานร่วมกับโครงการคุ้มครองพะยูนหางกลมของรัฐบาลกลาง (Federal Manatee Program) เขาได้ช่วยให้ผู้คนหลายพันคนได้สัมผัสความรู้สึกมหัศจรรย์แบบเดียวกันนั้น พร้อม ๆ ไปกับการเรียนรู้เกี่ยวกับการปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยอันเป็นเอกลักษณ์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียนในท้องถิ่นไปจนถึงนักศึกษาต่างชาติ ประสบการณ์ในน้ำเหล่านั้นมักสร้างความประทับใจที่ตราตรึงอยู่ไม่รู้ลืม เขากล่าวอธิบายว่า “การดูวิดีโอทางออนไลน์ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การที่มีพะยูนหางกลมตัวยาวขนาด 10 ฟุต (3 เมตร) ว่ายเข้ามาหาคุณตรง ๆ นั้น มันเป็นอะไรที่สะกดลมหายใจของคุณได้เลยทีเดียว
สำหรับวิงเคิลส์ ช่วงเวลาแห่งการเชื่อมโยงเหล่านั้นคือจุดที่ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้นในชุมชน เขากล่าวว่า “ผมเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่ากุญแจสำคัญในการปกป้องสิ่งใดก็ตาม คือความรู้และการศึกษา”

การเปลี่ยนมุมมอง
มีสัตว์น้อยชนิดนักที่จะถูกเข้าใจผิดและตกเป็นเหยื่อของการถูกคุกคามอย่างไม่ยุติธรรมเท่ากับฉลาม สำหรับซารา โกเจอร์ (Sara Gojer) ผู้อยู่อาศัยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และผู้ที่นิยามตัวเองว่าเป็นคนคลั่งไคล้ฉลาม การเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อสัตว์ที่มักถูกเข้าใจผิดเหล่านี้ ได้กลายมาเป็นภารกิจส่วนตัวของเธอ
โกเจอร์ชื่นชอบการดำน้ำสคูบามาโดยตลอด แต่มีทริปหนึ่งที่ได้เปลี่ยนทุกอย่างไป “ฉันได้ไปเยือนประเทศอียิปต์และตกหลุมรักโลกใต้น้ำอย่างถอนตัวไม่ขึ้น” เธอกล่าวอธิบาย ประสบการณ์ในครั้งนั้นผลักดันให้เธอเปลี่ยนจากงานอดิเรกมาเป็นอาชีพ หลังจากก้าวขึ้นเป็นครูผู้สอน PADI Master Scuba Diver Trainer เธอได้เดินทางไปทำงานในจุดหมายปลายทางหลายแห่ง รวมถึงหมู่เกาะมัลดีฟส์และประเทศไทย
นอกเหนือจากการสอนแล้ว โกเจอร์ยังได้ร่วมก่อตั้งชมรมดำน้ำ Reggae Shark Dive Club ในดูไบ ซึ่งในปัจจุบันมีชุมชนนักดำน้ำที่เปี่ยมด้วยความหลงใหลมากกว่า 200 คน เธอบอกกับเราว่า “พวกเราเปิดหลักสูตรสอนและจัดทริปดำน้ำไปทั่วโลก จนถึงตอนนี้เราได้ออกไปสำรวจจุดหมายปลายทางการดำน้ำที่ดีที่สุดมาแล้วหลายแห่ง” แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การท่องเที่ยวแบบหรูหรา ชมรมนี้กลับให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีความหมายและการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม “ปรัชญาของพวกเรานั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือการดำน้ำและออกไปค้นพบวัฒนธรรมท้องถิ่น”
ในปัจจุบัน งานส่วนใหญ่ของโกเจอร์มุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้เรื่องฉลามและการเป็นกระบอกเสียงด้านการอนุรักษ์ เธอกล่าวอธิบายว่า “ฉันมีความเชี่ยวชาญในการสอนนักดำน้ำเกี่ยวกับเรื่องของฉลาม รวมถึงวิธีปฏิสัมพันธ์กับพวกมันอย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ” ผ่านการทำงานของเธอ เธอได้ท้าทายภาพจำที่ขับเคลื่อนด้วยความกลัวและสนับสนุนให้ผู้คนหันมาเห็นคุณค่าของฉลาม นอกจากนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้เธอยังได้เข้าร่วมในกิจกรรมทำความสะอาดใต้น้ำที่ทำลายสถิติโลกของกินเนสส์บุ๊กอีกด้วย
และเมื่อเธอไม่ได้อยู่ใต้น้ำ คุณก็มักจะพบซาร่า จี (Sara G) อยู่หลังแท่นมิกซ์เพลง (DJ decks) ในงานอีเวนต์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณเธอเชื่อว่ามีความคล้ายคลึงกับการดำน้ำมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด “โดยเนื้อแท้แล้ว ทั้งการดำน้ำและการเป็นดีเจต่างก็เป็นเรื่องเดียวกัน นั่นคือการช่วยให้ผู้คนได้ตัดขาดจากความเครียดในชีวิตประจำวัน อยู่กับปัจจุบันและมีความสุข” เธอกล่าว
