มูลนิธิ PADI AWARE Foundation® เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสาธารณชน ซึ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระดับโลกผ่านการลงมือทำในท้องถิ่น ตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา มีผู้คนมากกว่าหนึ่งล้านคนได้เข้าเรียนหลักสูตรการอนุรักษ์ของ AWARE เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับมหาสมุทรของเราและวิธีที่พวกเขาจะสามารถช่วยสร้างผลกระทบในเชิงบวกได้


ทำไมต้องเรียนหลักสูตรการอนุรักษ์ของ AWARE

นักดำน้ำบางคนไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และมีนักดำน้ำอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลรวมถึงสิ่งแวดล้อมใต้น้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่ก็มีนักดำน้ำบางส่วนที่อยากจะใช้ทุกช่วงเวลาว่างไปกับการดำน้ำมากกว่าการเข้าชั้นเรียน อย่างไรก็ตาม โปรดจำไว้ว่าหลักสูตรการอนุรักษ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณได้รับประสบการณ์และความคุ้มค่าจากการดำน้ำในทุก ๆ ได๊พ์ได้มากยิ่งขึ้น

คุณสนใจที่จะ:

  • ค้นหาและจำแนกชนิดพันธุ์สัตว์ทะเลได้เก่งยิ่งขึ้นไหม
  • ใช้อากาศน้อยลงและใช้น้ำหนักตะกั่วน้อยลงไหม
  • รู้สึกสบายใจและมั่นใจใต้น้ำมากขึ้นไหม
  • สร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อน ๆ และครอบครัวหันมาใส่ใจมหาสมุทรเหมือนที่คุณทำไหม
  • มาเป็นนักดำน้ำ Master Scuba Diver™ ไหม

หากคุณตอบว่า ‘ใช่’ สำหรับคำถามข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น ลองอ่านคำอธิบายสั้น ๆ ของหลักสูตรเฉพาะทางของ PADI ที่เน้นด้านการอนุรักษ์ด้านล่างนี้ได้เลย และสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับราคาหรือรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อครูผู้สอน ศูนย์ดำน้ำหรือรีสอร์ทของ PADI


ปลากระเบนและฉลามว่ายอยู่ในน้ำตื้นใสในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้

หลักสูตร AWARE Shark & Ray Conservation Specialty

ไม่ว่าคุณจะรู้สึกหลงใหลในฉลามและกระเบน หรือแค่รู้สึกสนใจใคร่รู้ หลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสัตว์เหล่านี้อย่างถูกต้องบนพื้นฐานของข้อมูลที่แท้จริง โดยไม่มีความเชื่อที่ผิด ๆ มาบดบังความเป็นจริง

ในหลักสูตรนี้ คุณจะได้สำรวจบทบาทสำคัญของฉลามและกระเบนที่มีต่อการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศในมหาสมุทร รวมถึงเหตุผลที่ทำให้พวกมันหลายสายพันธุ์กำลังตกอยู่ในภาวะถูกคุกคามในปัจจุบัน คุณจะได้เรียนรู้วิธีการจำแนกสายพันธุ์หลัก ๆ ทำความเข้าใจกับแรงกดดันและภัยคุกคามที่พวกมันต้องเผชิญ และได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์อย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงการ AWARE Global Shark & Ray Census ซึ่งเป็นโครงการวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองที่การสังเกตการณ์ของคุณจะกลายมาเป็นข้อมูลสำคัญในระดับโลก

ข้อมูลดังกล่าวจะถูกบันทึกไว้ใน Conservation Action Portal (CAP) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของ PADI AWARE ที่นักดำน้ำสามารถค้นหา เข้าร่วมและแบ่งปันกิจกรรมการอนุรักษ์ที่สร้างผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยแพลตฟอร์มนี้เป็นศูนย์รวมโครงการวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองของ AWARE (ได้แก่ โครงการ Dive Against Debris, โครงการ Global Shark & Ray Census และโครงการ AWARE Biodiversity survey)

หลักสูตรนี้มีได๊พ์ฝึกภาคปฏิบัติสำหรับเลือกเรียน 1 ได๊พ์ แต่ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องเจอฉลามหรือกระเบนจริง ๆ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้วิธีการสังเกต การบันทึกข้อมูลและการรายงานผลอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะทำจากใต้น้ำหรือจากบนผิวน้ำก็ตาม

เมื่อเรียนจบหลักสูตร คุณจะได้รับความรู้ที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์และมีความพร้อมที่จะลงมือปฏิบัติ ทั้งในฐานะนักดำน้ำและในฐานะ Ocean Torchbearer


หลักสูตร PADI AWARE Specialty

ในระหว่างหลักสูตรระยะสั้นแบบครึ่งวันนี้ คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่มหาสมุทรของเรากำลังเผชิญ รวมถึงแนวทางปฏิบัติที่คุณสามารถทำได้เพื่อช่วยปกป้องโลกใต้น้ำที่สวยงามนี้ โดยหลักสูตร PADI AWARE Specialty นี้ เคยเป็นที่รู้จักในชื่อเดิมว่าหลักสูตร Project AWARE Specialty

“ฉันเชื่อว่าพวกเราในฐานะนักดำน้ำ มีพันธะทางศีลธรรมที่จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องมหาสมุทรและดูแลรักษาให้คงอยู่เผื่อแผ่ไปถึงคนรุ่นหลังได้ชื่นชม ซึ่งหลักสูตร AWARE Specialty นี้ จะช่วยให้เราเข้าใจปัญหาต่าง ๆ ที่มหาสมุทรกำลังเผชิญได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงสิ่งสำคัญที่นักดำน้ำสามารถลงมือทำเพื่อช่วยเยียวยาได้” มิเชล ฮอลแลนด์ (Michelle Holland) ครูผู้สอน PADI Elite Master Instructor และผู้จัดการศูนย์ดำน้ำ Excel Scuba (เกาะเตเนริเฟ ประเทศสเปน) กล่าว

แต่คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักดำน้ำก็สามารถเรียนหลักสูตรนี้ได้ เพราะหลักสูตรนี้เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่ใส่ใจและรักมหาสมุทร

หลักสูตรภาคทฤษฎีบนบกแบบไม่ต้องดำน้ำนี้ เปิดโอกาสให้นักดำน้ำและผู้ที่ไม่ได้ดำน้ำสามารถเรียนร่วมกันได้ โดยคุณจะได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมมือกับครูผู้สอนของ PADI เพื่อพัฒนาและสร้างสรรค์แผนปฏิบัติการที่จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้เกิดขึ้นจริง

นักดำน้ำมือใหม่ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองสามารถมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ได้ทันที พวกเขามักทึกทักเอาเองว่ามันเป็นเรื่องที่มีเพียงนักดำน้ำที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้นถึงจะทำได้” นิก เอเมอรี (Nic Emery) ผู้ร่วมก่อตั้งและ PADI Course Director ของศูนย์ดำน้ำ Fifth Point Diving Centre (นอร์ธัมเบอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร) กล่าวว่า


นักดำน้ำลอยตัวอยู่ข้างๆ ปะการังหินขนาดมหึมาในหมู่เกาะฟลอริดาคีย์ส
ภาพถ่ายได้รับความอนุเคราะห์จาก Silent World Dive Center

หลักสูตร Coral Reef Conservation Specialty

เพียงใช้เวลาแค่ช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายเดียว คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติอันซับซ้อนของสิ่งมีชีวิตบนแนวปะการัง รวมถึงวิธีที่แนวปะการังช่วยปกป้องทั้งมนุษย์และฝูงปลา ซึ่งเมื่อเรียนจบหลักสูตร Coral Reef Conservation Specialty นี้แล้ว คุณจะมองโลกใต้น้ำด้วยมุมมองใหม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

หลักสูตร PADI AWARE Coral Reef Conservation จะอธิบายให้เข้าใจว่าปะการังคืออะไร ทำไมพวกมันถึงมีความสำคัญมาก วิธีการที่เราจะช่วยปกป้องแนวปะการังของเราและข้อมูลอื่น ๆ อีกมากมาย” เรนา ฮอลล์ (Rena Hall) ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์ของศูนย์ดำน้ำ Silent World Dive Center (หมู่เกาะฟลอริดาคีย์ส สหราชรัฐอเมริกา) บอกกับเรา

หมู่เกาะฟลอริดาคีย์สถือเป็นบ้านของปะการังแข็งถึง 45 สายพันธุ์และปะการังอ่อนอีก 35 สายพันธุ์เกบ (Gabe) และไมค์ (Mike) ครูผู้สอนของ Silent World Dive Center มักจะพกแผ่นสเล็ทติดตัวไปด้วยเสมอ เพื่อใช้ระบุชนิดพันธุ์และตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของปะการังเหล่านั้น” ฮอลล์กล่าวเสริม

หลักสูตรนี้เปิดกว้างสำหรับใครก็ตามที่สนใจเกี่ยวกับปะการัง

โดยไม่มีข้อกำหนดเบื้องต้น ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุและไม่มีการลงฝึกภาคปฏิบัติในน้ำ ส่วนนักดำน้ำที่ได้รับใบรับรองแล้วและต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการฟื้นฟูแนวปะการังรวมถึงทดลองปลูกปะการัง ก็ควรพิจารณาหลักสูตร PADI Coral Reef Restoration Distinctive Specialty เพิ่มเติมด้วย


นักดำน้ำสองคนบนแนวปะการัง ถือถุงเก็บขยะของโครงการ Dive Against Debris

Dive Against Debris

มีความเข้าใจผิดอยู่ 2 เรื่องหลัก ๆ เกี่ยวกับหลักสูตร Dive Against Debris® Specialty เรื่องแรกคือนักเรียนหลายคนคิดว่ามันเป็น “แค่” ได๊พ์ดำน้ำที่คุณลงไปเก็บขยะเท่านั้น แต่หนึ่งในสิ่งสำคัญมากมายที่คุณจะได้เรียนรู้ระหว่างหลักสูตรนี้ก็คือวัตถุชิ้นไหนบ้างที่ไม่ควรเก็บขึ้นมาจากท้องทะเล ตัวอย่างเช่น หากคุณพบขวดแก้วที่มีตะไคร่น้ำหรือสาหร่ายขึ้นปกคลุม ทางเลือกที่ดีที่สุดอาจเป็นการปล่อยมันไว้ที่เดิม

ส่วนความเข้าใจผิดอีกเรื่องหนึ่งก็คือมีเพียงนักดำน้ำที่ได้รับการรับรองแล้วเท่านั้นที่จะสามารถเรียนหลักสูตรนี้ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้ง PADI Advanced Mermaid™ และ PADI Freedivers™ (หรือผู้ที่ได้รับใบรับรองในระดับเทียบเท่าที่ตรงตามเงื่อนไข ต่างก็สามารถเข้าร่วมเก็บขยะและรายงานข้อมูลขยะในท้องทะเลได้เช่นกัน)

เมื่อคุณรู้วิธีการแล้ว การรายงานข้อมูลขยะในท้องทะเลที่คุณเก็บขึ้นมาได้ก็กลายเป็นเรื่องง่าย โดยข้อมูลที่ถูกรายงานเข้าไปนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของฐานข้อมูลระดับโลก ซึ่งบรรดาผู้กำหนดนโยบายและนักรณรงค์เพื่อมหาสมุทรทั่วโลกจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

นอกจากนี้ ในบางครั้งนักเรียนหลักสูตร Dive Against Debris ยังได้พบเจอขยะที่ลอยมาจากอีกซีกโลกหนึ่ง ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถเดินทางกลับบ้านพร้อมกับเรื่องราวอันทรงพลังที่จะบอกเล่าให้คนรอบข้างฟัง


Fish Identification

ในหลักสูตร PADI Fish Identification Specialty คุณจะได้เรียนรู้วิธีการระบุชนิดของปลาจากทั่วทุกมุมโลก นอกเหนือจากสายพันธุ์ในท้องถิ่นที่คุณใช้ฝึก และไม่ต้องกังวลไป คุณไม่จำเป็นต้องมานั่งท่องจำหนังสือรวมสายพันธุ์ปลาทั้งเล่มอย่างแน่นอน!

ครูผู้สอนจะสอนให้คุณรู้จักวิธีแยกแยะชนิดปลาโดยสังเกตจากรูปทรงของลำตัว ขนาด พฤติกรรมและสถานที่ที่คุณพบปลาตัวนั้น (เช่น ปลาที่ชอบหลบอยู่ใต้ก้อนหิน กับปลาที่กำลังตอดกินอยู่บนหัวปะการัง) ซึ่งเมื่อเรียนจบหลักสูตรนี้แล้ว คุณจะมีความสามารถมากขึ้นทั้งในการระบุชนิดและการค้นหาปลาที่น่าสนใจใต้น้ำ

“การรู้ว่าคุณกำลังมองเห็นอะไรในระหว่างการดำน้ำ จะช่วยยกระดับประสบการณ์การดำน้ำของคุณให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น” เคลลี แพเทอร์สัน (Kelly Paterson) ครูผู้สอน PADI Master Instructor และครูผู้สอนหลักสูตรการจำแนกชนิดพันธุ์ปลา ประจำศูนย์ดำน้ำ PADI Five Star IDC Bocas Dive Center ในเมืองโบกัส เดล โตโร (Bocas del Toro) ประเทศปานามากล่าว

“ที่โบกัส เดล โตโร เรามีความหลากหลายของฝูงปลาและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่อุดมสมบูรณ์มาก ผู้นำดำน้ำของเราทุกคนจึงต้องเรียนหลักสูตรเฉพาะทาง PADI Fish Identification นี้ เพื่อให้มั่นใจว่านักดำน้ำของเราจะได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถมองเห็นได้ และได้รับข้อมูลความรู้อย่างเต็มอิ่มเกี่ยวกับการดำน้ำของพวกเขา” เคลลีกล่าวเสริม


Peak Performance Buoyancy

การควบคุมการลอยตัวเป็นปัญหาใหญ่สำหรับนักดำน้ำมือใหม่หลาย ๆ คนและบางคนก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ พวกเขามักคิดว่า “ฉันเป็นพวกใช้อากาศเปลือง” หรือ “ฉันคงต้องใช้น้ำหนักตะกั่วมากกว่าคนอื่นล่ะมั้ง” หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือ “หวังว่าคงไม่มีใครเห็นฉันเผลอเตะขาไปโดนแนวปะการังนะ…”

หลักสูตร PADI Peak Performance Buoyancy Specialty (PPB) เป็นหนึ่งในหลักสูตรที่มีคุณค่ามากที่สุดในบรรดาหลักสูตรเฉพาะทางของ PADI ซึ่งหลักสูตรนี้สามารถช่วยให้คุณใช้น้ำหนักน้อยลง สามารถเฝ้าสังเกตสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลได้โดยไม่ไปรบกวนสิ่งแวดล้อมรอบข้างและช่วยให้คุณใช้อากาศน้อยลงในขณะดำน้ำสคูบาได้อีกด้วย

“นักเรียนจำนวนมากมองไม่เห็นประโยชน์ของหลักสูตร PPB พราะพวกเขาคิดว่ามันไม่มีอะไรใหม่ ๆ ให้เรียนรู้ หากเทียบกับหลักสูตรยอดนิยมหลักสูตร Wreck Diver” เจย์ คลู (Jay Clue) นักอนุรักษ์และผู้ก่อตั้ง Dive Ninja Expeditions ณ เมืองคาโบ ซาน ลูคัส ประเทศเม็กซิโก กล่าว “แต่หลังจากที่พวกเขาได้เรียนหลักสูตรนี้แล้วน่ะเหรอ พวกเขาจะเข้าใจทันทีว่าทำไมมันถึงสำคัญมาก นักดำน้ำจะรู้สึกมั่นใจมากขึ้น ผ่อนคลายมากขึ้นและควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น มันน่าทึ่งมากที่นักดำน้ำคนหนึ่งสามารถพัฒนาตัวเองได้ไกลขนาดนี้ภายในหลักสูตรระยะสั้น ๆ เมื่อได้เรียนกับครูผู้สอนที่ดี”

“การควบคุมการลอยตัวเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดที่นักดำน้ำทุกคนต้องฝึกฝนให้สมบูรณ์แบบ การที่เราสามารถควบคุมการลอยตัวและการจัดระเบียบท่าทางร่างกายได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การดำน้ำของเราสบายขึ้นและง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พวกเราสามารถปกป้องสิ่งแวดล้อมอันงดงามในจุดที่พวกเราลงไปดำน้ำได้อีกด้วย” เจย์กล่าวเสริม


Underwater Naturalist

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉลามและเต่าทะเลนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ในมหาสมุทรยังมีอะไรให้ค้นหามากกว่านั้นอีกเยอะ ลองสอบถามมืออาชีพของ PADI คนไหนก็ได้ แล้วพวกเขาจะบอกคุณว่าช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดบางช่วงในมหาสมุทรจะเกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มช้าลงและมองข้ามผ่านสิ่งที่เห็นตรงหน้า

หลักสูตร PADI Underwater Naturalist Specialty จะช่วยให้คุณมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นในทุกได๊พ์ แม้จะเป็นจุดดำน้ำที่คุณเคยไปมาแล้วหลายครั้งก็ตาม และเมื่อคุณเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตในทะเลมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร สายพันธุ์ต่าง ๆ อาศัยอยู่ที่ไหนและระบบนิเวศทำงานอย่างไร โลกใต้น้ำจะเปิดกว้างในมุมมองใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ตลอดการดำน้ำจำนวน 2 ได๊พ์ คุณจะได้เรียนรู้วิธีการจำแนกกลุ่มสิ่งมีชีวิตในน้ำที่สำคัญ ๆ สังเกตเห็นพฤติกรรมของสัตว์ทะเลที่คุณอาจเคยพลาดยกยอดไปก่อนหน้านี้ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างพืช สัตว์และแหล่งที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ คุณยังจะได้เสริมสร้างทักษะในการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงเรียนรู้วิธีเฝ้าสังเกตโดยไม่ไปรบกวนพวกมัน

หลักสูตรนี้เปิดรับนักดำน้ำ PADI (Junior) Open Water Divers ที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป และการดำน้ำได๊พ์แรกในหลักสูตรนี้ยังสามารถนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของการรับรอง Advanced Open Water Diver ได้อีกด้วย


นักดำน้ำถ่ายภาพหรือวิดีโอแมงกะพรุนโดยใช้กล้อง GoPro

Digital Underwater Photographer

อยากเก็บภาพการผจญภัยในมหาสมุทรกลับบ้านไปกับคุณด้วยไหม หลักสูตร PADI Digital Underwater Photographer Specialty จะช่วยคุณเปลี่ยนช่วงเวลาใต้ท้องทะเลให้กลายมาเป็นภาพถ่ายที่คุณอยากจะแชร์ให้คนอื่นดูจริง ๆ

แทนที่จะต้องมานั่งเรียนรู้แบบลองผิดลองถูก คุณจะได้เคล็ดลับและเทคนิคการถ่ายภาพที่ใช้งานได้จริงตั้งแต่เริ่มต้น รวมถึงวิธีใช้งานไฟแฟลชใต้น้ำ (Strobes) วิธีหลีกเลี่ยงการเกิดเศษตะกอนสะท้อนแสงในภาพ (Backscatter) และวิธีดึงสีสันที่สูญเสียไปใต้น้ำให้กลับคืนมา นอกจากนี้ คุณยังจะได้เรียนรู้วิธีการเข้าหาสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลอย่างถูกต้อง การเลือกมุมกล้องที่เหมาะสมและการจัดองค์ประกอบภาพถ่ายให้ดูมีชีวิตชีวา

หลักสูตรนี้เริ่มต้นด้วยการเรียน eLearning ตามความเร็วและเวลาที่ตนเองสะดวก จากนั้นจึงเป็นการดำน้ำภาคปฏิบัติจำนวน 2 ได๊พ์ ซึ่งคุณจะได้ฝึกฝนการใช้เทคนิคแบบ SEA (Shoot, Examine, Adjust) เพื่อทำให้ภาพถ่ายดีขึ้นในทุก ๆ ช็อต

ทักษะนี้ยังเป็นเครื่องมืออันทรงพลังเมื่อนำไปจับคู่เรียนร่วมกับหลักสูตรด้านการอนุรักษ์ของ AWARE เพราะความสามารถในการบันทึกภาพเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันชนิดพันธุ์ พฤติกรรมของสัตว์ทะเลและสภาพแหล่งที่อยู่อาศัย จะช่วยทำให้ข้อมูลจากการเฝ้าสังเกตของคุณมีประโยชน์และมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น ต่อโครงการวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง รวมถึงความพยายามต่าง ๆ ในการอนุรักษ์ท้องทะเล

สิ่งที่คุณต้องมีก็เพียงแค่กล้องดิจิทัลหรือกล้องแอคชันแคม (เช่น GoPro) สักตัวเท่านั้น และครูผู้สอนของคุณยังสามารถช่วยเลือกการตั้งค่ารวมถึงอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม โดยประเมินจากเป้าหมายและประสบการณ์ของคุณได้อีกด้วย

เมื่อเรียนจบหลักสูตร คุณจะมีความพร้อมเต็มที่ในการบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านภาพถ่ายท้องทะเลที่ยอดเยี่ยมและได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปกป้องมหาสมุทร


ร่วมสนับสนุนการอนุรักษ์มหาสมุทร

หากคุณใส่ใจในสิ่งที่คุณมองเห็นใต้ท้องทะเล มีวิธีมากมายที่คุณจะช่วยปกป้องมันได้

ทุก ๆ ได๊พ์ของการดำน้ำ ทุก ๆ การเฝ้าสังเกตและทุก ๆ การลงมือทำ ล้วนมีคุณค่าและส่งผลดีต่อส่วนรวม คุณสามารถร่วมสนับสนุนความพยายามระดับโลกผ่าน PADI AWARE เพื่อช่วยลดขยะในท้องทะเล ปกป้องสัตว์ทะเลที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างฉลามและกระเบน รวมถึงช่วยฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยที่วิกฤตของพวกมันได้

หลักสูตรการอนุรักษ์เหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะมันจะช่วยมอบความรู้และเครื่องมือให้คุณสามารถลงมือปฏิบัติได้อย่างมีความหมาย ทั้งในน้ำและนอกชายฝั่ง นอกจากนี้ คุณยังสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมการอนุรักษ์ในท้องถิ่นหรือสนับสนุนโครงการที่กำลังดำเนินอยู่ด้วยการบริจาคเงินที่ส่งตรงไปช่วยเหลือการอนุรักษ์มหาสมุทรโดยตรง

มหาสมุทรไม่ได้ต้องการให้คนแค่ไม่กี่คนลงมือทำทุกอย่างอย่างสมบูรณ์แบบ หากแต่ต้องการพวกเราจำนวนมากขึ้นมาร่วมมือกันทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้… อย่างสม่ำเสมอ


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share This

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง